Mountain Excursions in Switzerland..

เจาะลึกภูเขาดังของสวิส โปรแกรม Tours 9 Nights / 10 Days

 CH1 Basel Gonergrat (Matterhorn) swiss2

rigi Stanserhorn Stanserhorn Rheinfall

Mt.Glacier 3000 Stein am Rhein zurich

Day 1 -Bern-Basel
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์
-เมืองเบริ์น(Bern) เป็นเมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีประชากรประมาณ 130,000 คน มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ภาษาราชการที่ใช้ในเมืองเบิร์นคือ ภาษาเยอรมัน แต่คนในเมืองส่วนใหญ่นิยมพูดภาษาเยอรมันเบิร์น เป็นภาษาถิ่น ในปีค.ศ. 1863 เบิร์นได้รับการยกเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010 ย่านเมืองเก่าเบิร์น ถูกก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนภูเขาล้อมรอบด้วยแม่น้ำอาเร (Aare River)
ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองบาเซิล(Basel) เมืองชายแดนสามประเทศ
-เมืองบาเซิล(Basel)เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดันที่ 3 ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (รองจากซูริค Zürichและเจนีวา Geneva)มีจำนวนประชากร 195,000 คน สถานที่ตั้งของเมืองบาเซิล ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับฝรั่งเศสและเยอรมัน ตั้งอยู่ที่แถบทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ติดกับแม่น้ำไรน์ เมืองนี้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมทางเคมี อุตสาหกรรมยา และยังเป็นที่ตั้งของบริษัทยา รวมถึงโรงงานยาที่ผลิตยามีชื่อเสียงมากมายที่เราได้รู้จัก อีกทั้งมียาหลายชนิดได้ถูกคิดค้นขึ้นจากเมืองนี้ เมืองแห่งศูนย์การศิลปะและวัฒนธรรม เนื่องจากเมืองนี้เป็นที่ตั้งของโรงละครและพิพิธพันธ์มากมาย โดยเฉพาะพิพิธพันธ์ด้านศิลปะที่สะสมงานศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดในโลกไว้ให้ประชาชนได้ชมกัน ในปี 1999 โรงละครในบาเซิลได้รับรางวัลการแสดงโอเปร่าด้านภาษาเยอรมันที่ดี เมืองนี้ยังเป็นบ้านเกิดของนักเทนนิสชือดัง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (Roger Federer) และยังเป็นสถานที่จัดงาน Baselworld  – The World Watch and Jewellery Show ของทุกปีที่ทำทุกคนทั่วโลกรู้จักเมืองนี้อีกด้วย

Day2-Jungfraujoch-Interlaken
ช่วงช้า : เที่ยวยอดเขา Jungfraujoch Top of Europe
-Jungfraujoch มีความสูงถึง 3,471 เมตร และได้รับการขนานนามว่า Top of Europe แต่จริงๆแล้วไม่มีได้หมายความว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป แต่เป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยูโรป โดยเส้นทางและระบบรถไฟนั้นถูกริเริ่มโดย A.Guyer-Zeller และสร้างเสร็จในปี 1912 โดยใช้เวลาสร้างนาน 16 ปี Jungfraujoch (อ่านว่าจุงฟราวยอร์ค ไม่ใช่จุงเฟรายอร์ค) เป็นพื้นที่ช่องเขาระหว่างยอดเขา Mönch และ Jungfrau ของเทือกเขาแอลป์ Jungfraujoch เป็นที่รู้จักกันดีของนักท่องเที่ยวทั่วโลกและถือว่าเป็น Highlight อย่างนึงของสวิต เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมายัง Jungfraujoch จะได้สัมผัสกับบรรยากาศของภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี รวมไปถึงวิวที่มองเห็นจนสุดขอบฟ้าและเมื่อขึ้นมาถึง Jungfraujoch แล้วก็สามารถเที่ยวชมและทำกิจกรรมได้หลายอย่างมากมายที่แตกต่างกัน
ช่วงบ่าย : เที่ยวเมืองอินเทอร์ลาเค่น (Interlaken)
-อินเทอร์ลาเค่น (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตรงกลางทะเลสาบกลางหุบเขาสองแห่ง ชื่อทะเลสาบทูน (Thunersee หรือ Lake Tune) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Brienzersee หรือ Lake Brienz) ได้สัมผัสกับทิวทัศน์อันงดงามของขุนเขา 3 แห่ง ในสวนสาธารณะกลางใจเมืองก็มองเห็นทิวทัศน์ของภูเขาไอเกอร์ (Eiger),มืนค์ (Mönch)และ ยุงฟราว (Jungfrau) ตั้งอยู่ที่เหนือระดับน้ำทะเล 570 เมตร (1,870ฟุต) อยู่ระหว่าง 2 ทะเลสาบ คือ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) และ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองมักถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และสวนผลไม้  อีกทั้งยังเป็นทางขึ้นยอดเขาที่จะทำให้คุณเห็นธารน้ำแข็งซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

Day 3-Gonergrat (Matterhorn)-Zermat
ช่วงเช้า : เที่ยวชมยอดเขามัทเทอร์ฮอล(Matterhorn) ยอดเขาหมาพีระมิดที่โด่งดังแห่งเทือกเขาแอลป์
เดินทางไปยังสถานีกอนนอร์กราร์ท(Gornergrat) โดยรถไฟฟันเฟื่องปีนเขาเพื่อขึ้นไปเที่ยวชมยอดเขามัทเทอร์ฮอล(Matterhorn) ยอดเขาสูงเด่น ตั้งอยู่โดดเดี่ยวอยู่เหนือทิวทัศน์ของเทือกเขาเทือกเขาแอลป์ โดยรอบภูเขานี้มีชื่อเสียงตรงส่วนที่เรีกว่า “ฮอร์น” (แปลว่า เขาสัตว์) หรือยอดพีระมิดที่โค้งเล็กน้อย ตั้งคร่อมชายแดนสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี ในภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมันเรียกว่า มัสเทอร์ฮอร์น ภาษาอิตาลีเรียกว่า มอนเตแชร์วีโน (Monte Cervino)และภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า มงแซร์แวง (Mont Servin) ยอดเขาแห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวของเทือกเขาแอลป์อยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับประเทศอิตาลี มีความสูงถึง 4,478 เมตร นับว่าเป็นยอดเขาที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก จุดชมวิวที่สวยงามอยู่ใกล้กับเมืองเซอร์มัทท์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมทั้งชมภาพตื่นตาตื่นใจที่หลงเหลือจากการเกิดการเคลื่นตัวของผิวโลกเมื่อ 50 ล้านปีก่อนอีกด้วย
ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองเซอร์มัท(Zermatt) เมืองที่ไม่มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันขับเคลื่อนวิ่ง
-เมืองแซร์แมทหมู่บ้านเล็กๆทางขึ้นยอดเขามัทเอร์ฮอร์นซึ่งตั้งไกล้เทือกเขาแอลป์  ในรัฐวาเลส์ (Valais) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะว่ามีประชากรในเมืองไม่ถึง 10,000 คน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงกว่า 1,620 เมตร ทางตอนใต้ของสวิตติดกับชายแดนอิตาลี โดยมี Pennine Alps ซึ่งเป็นส่วนนึงของเทือกเขา Alps เป็นเส้นกั้นระหว่าง 2 ประเทศ เป็นเขตที่พูดภาษาเยอรมัน  ตัวเมืองถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขากว่า 38 ยอด และแต่ละยอดล้วนมีความสูง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4000 เมตร นอกจานี้เมืองแซร์แมท (Zermatt) ยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากในด้านการปีนเขาและการเล่นสกี โดยในหน้าหนาวจะมีนักสกีจากทั่วโลกเดินทางมาเพื่อหาความท้าทาย และในส่วนหน้าร้อนจะมีเส้นทางให้ Tracking หลายเส้นทาง รวมถึงการปีนเขา ซึ่งยอดเขาที่นักปีนเขามากมายต้องการมาพิชิตก็คงหนีไม่พ้น Matterhorn นั่นเอง แต่ถึงแม้ว่า Matterhorn จะดูสวยงามสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับนักปีเขาแล้วเป็นสิ่งที่ท้าทายและน่ากลัวไม่แพ้กัน เนื่องจากมีนักปีนเขาที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เกือบ 200,000 คนแล้ว และนอกจากชื่อเสียงของเมืองแซร์แมท (Zermatt) ที่นี่จะเป็นจุดหมายสำหรับนักกีฬาผาดโผน แต่จริงๆ แล้วเมืองแซร์แมท (Zermatt) เป็นเมืองที่น่ารัก บรรรยากาศดี มีวิวทิวทัศน์ที่งดงาม และมีเส่นห์และกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้มาค้นหาด้วยเช่นกัน เนื่องจากเมืองแซร์แมท (Zermatt) ยังคงอนุรักษณ์ความเป็นชีวิตพื้นเมืองดั้งเดิมไว้เหมือนเดิม ซึ่งสังเกตุได้จากสถาปัตถกรรมต่างๆทั่วเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความเรียบง่ายของบ้านเรือนและผู้คน รวมไปถึงวิวสวยๆ ที่อยู่รอบๆเมืองอย่างเพลิดเพลิน และเมืองนี้เป็นเมืองที่มีกฎหมายสั่งห้ามรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันขับเคลื่อนวิ่งในเมืองโดยเด็ดขาด ซึ่งการคมนาคมข่นส่งในบริเวณเมืองจะใช้รถเล็กๆที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้า ทำให้เมืองปราศจากมลพิษจากควันรถยนต์ทุกชนิด

Day 4-Mürren – Mt.Schilthorn
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองมือร์เรน(Mürren)
-เมืองมือร์เรน(Mürren) หมู่บ้านเล็กเล็กที่สุดแสนโรแมนติก ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลที่ความสูง 1,650 เมตร (5,412 เมตร) มีประชากรเพียง 450 คน แต่มีโรงแรมตั้งอยู่ถึง 2,000 แห่ง
ช่วงบ่าย : เที่ยวเมืองชลิฮอร์น (Schilthorn)ภูเขาที่เป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง เจมส์บอน 007
ชลิฮอร์น (Schilthorn) มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล อยู่ที่ 2,970 เมตร หามองวิวจากภูเขาแห่งนี้สามารถมองเห็น หมู่บ้านLauterbrunnen และยังสามารถเห็นวิวแบบพาโนรามา เห็นภูเขา Titlis, Jungfrau, Mönch, Eiger, Bernese Alps,Jura,Vosges,Mont Blancและป่าดำ ซึ่งภูเขาแห่งนี้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องจากในปี 1928 เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ เรื่อง  1969 James Bond 007 ด้านบนของภูเขาชิสฮอร์น (Schilthorn) มีร้านอาหารชื่อ พิซ กลอเรีย (Piz Gloria) มีลักษณะพิเศษที่หมุนรอบตัวเองได้ทำให้สามารถรับประทานอาหารพร้อมทั้งชมวิวโดยรอบภูเขาได้โดยรวมกัน ซึ่งการหมุนรอบภูเขา 360 องศาของร้านอาหารในหนึ่งรอบใช้เวลาโดยประมาณ 55 นาที
สิ่งที่ให้ภูเขาชลิฮอร์น (Schilthorn) มีชื่อเสียงที่ทุกคนทั่วโลกได้รู้จักนั้น ไม่ใช่แค่ความสวยงามของภูเขาเท่านั้น สถานที่แห่งนี้ยังเคยได้รับเกียรติเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง เจมส์บอน 007 ในปี 1960 นำแสดงโดย George Lazenby ซึ่งเป็นหนุ่มบอน์คนแรก

Day 5-Mt. Rigi-Luzern
ช่วงเช้า : เที่ยวชมยอดเขาMt.Rigi ภูเขาริกิราชินีแห่งเทือกเขา(Mt.Rigi Queen of the mountains)
-เดินทางโดยรถไฟฟันเฟื่องเพื่อขึ้นพิชิตยอดเขาริกิซึ่งมีความสูง 6,ooo ฟุต หรือ 1,800 เมตร ด้วยรถกลไฟใช้ระบบไอน้ำ ซึ่งเป็นรถจักรที่เก่าแก่ที่สุดสร้างเมื่อ ปี 1858 แต่ได้รับบูรณะเป็นอย่างดี  ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการชื่นชมชมธรรมชาติตลอดการเดินทางจนถึง Mt. Rigi klum เขาริกิ เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทัศนึยภาพอันงดงามที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ในจะมองเห็นทิวทัศน์รอบด้านได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร ในวันที่อากาศแจ่มใส อย่างคำบรรยายของนักเขียนชื่อดังอย่างเกอเธ่ วิกตอร์ ฮูโก และมาร์ค ทเวน พร้อมเลือกรับประทานอาหารพื้นเมืองในตอนกลางวันบนเขาตามอัธยาศัย ภูเขาริกิตั้งอยู่ไกล้เมืองลูเซริ์น (Luzern) เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของเทือกเขาแอลป์ และ ทะเลสาบอีก 13 แห่ง ภูเขาริกิตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง เยอรมนี และ ฝรั่งเศส ทำให้สามารถมองเห็นทั้ง 3 ประเทศสถานที่แห่งนี้
การเดินทางไปยังภูเขาริกิ สามารถเดินทางโดยรถไฟฟันเฟืองจาก Vitznau หรือ Goldau ระว่างทางคุณจะได้ชมวิวแบบพาโนราม่า ซึ่งได้ให้บริการมาตั้งแต่ปี 1871 พอถึงเขายอดคุณสามารถเดินตามทางเดินริมหน้าผาหรือเดินป่าชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และยังมีร้านอาหารให้คุณสามารถรับประทานอาหารกลางวันพร้อมชมวิวให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ  ต่อจากนั้น : ล่องเรือ จากสถานี Vitznau  เพื่อนำท่านเดินทางไปที่ท่าเรือที่เมืองลูเซิร์น เพื่อขึ้นเรือ UNTERWALDEN เรือโดยสารขนาดใหญ่ซึ่งจุคนได้ถึง 3oo คน เป็นเรือกลไฟใช้ใบพัด paddlewheel Steamers ล่องทะเลสาบ ที่เรียกว่า Vierwaldstattersee หรือ ทะเลสาบของสี่ “Forest Cantons” ซึ่งเป็น ทะเลสาบที่สวยและใหญ่อีกทะเลสาบหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งติดกับสี่จังหวัดสำคัญ ตื่นตาตื่นใจกับภูเขารอบด้านและธรรมชาติบ้านตามไหล่เขาบนชายฝั่งสองข้างของทะเลสาบ

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองลูเซิร์น(Luzern) เมืองสี่แคว้นแดนป่าไม้
-เมืองลูเซิร์น เป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ ตั้งอยู่ฝั่งค้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบลูเซิร์น ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) ตรงบริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ (Reuss river) เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่อยู่ด้านตะวันออกเป็นเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปีแล้ว (ผังเมืองของประเทศในยุโรปมักจะมีการอนุรักษ์ส่วนเมืองเก่าทั้งนั้นทุก ประเทศ เขาจะไม่ยอมให้สร้างอาคารใหม่ๆหรืออาคารสูง สร้างขึ้นในเขตเมืองเก่าที่อนุรักษ์ไว้ เขาจะแยกส่วนเมืองใหม่ออกจากกัน ส่วนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเป็นเมืองที่สร้างภายหลัง อาคารบ้านเรือนเป็นแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังมีร่องรอยของการเป็นหัวเมืองโบราณที่ปรากฏให้เห็นทุกมุมเมือง ในอดีตลูเซิร์นเป็นเมืองเก่าที่ปกครองตนเอง ได้รวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาตั้งแต่ ค.ศ.1332 สัญลักษณ์ประจำเมืองลูเซิร์นมี 2 อย่าง คือ สะพานไม้ ชาเปล (Chapel bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument)อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง และเมืองลูเซิร์น

Day 6-Rheinfall-Stein am Rhein
ช่วงเช้า : เที่ยวชมน้ำตก ไรน์ฟาล (Rheinfall) น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
น้ำตกไรน์ฟาลล์ (Rheinfall) เป็นน้ำตกที่เกิดจากแม่น้ำไรน์  เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป อยู่ระหว่างเมืองเล็กๆชื่อ Neuhausen am Rheinfall กับ เมือง Laufen-Uhwiesen ใกล้ๆเมือง Schaffhausen ทางตอนเหนือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ น้ำตกกว้าง 150 เมตร  สูง 23 เมตร ในฤดูหนาวมีกระแสน้ำไหล 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในฤดูร้อนมีกระแสน้ำไหล 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อปีค.ศ. 1965 กระแสน้ำมีกำลังแรงสูงสุดถึง 1,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อปีค.ศ. 1921 กระแสน้ำมีกำลังต่ำสุดเพียง 95 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากกระแสน้ำมีกำลังแรงมาก  ปลาไม่สามารถว่ายข้ามน้ำตกไปยังแม่น้ำไรน์อีกฝั่งหนึ่งได้ นอกจากปลาไหล (eels) เท่านั้นที่สามารถไต่ไปตามก้อนหิน และ ข้ามไปยังแม่น้ำไรน์อีกฝั่งหนึ่งได้ น้ำตกนี้ กำเนิดมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็งราวๆ 14,000 – 18,000 ปีมาแล้ว
ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองชไตร์อัมไรน์ Stein am Rhein เมืองชายแดน 3 ประเทศ
-เมืองชไตน์อัมไรน์ (Stein am Rhein)  เมืองริมฝั่งแม่น้ำไรน์ที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโบราณยุคกลาง อันสวยงามเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เมืองชไตน์อัมไรน์ ได้รับรางวัล the First Wakker Prize เมื่อปี 1972 ในฐานะที่อนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมไว้ได้เป็นอย่างดีเมืองนี้มีประชากร เพียง 3,110 คน มีพื้นที่เพียง 6.06 ตารางกิโลเมตร เมืองชไตน์อัมไรน์ มีฐานะขึ้นกับเมือง Schaffhausen ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมือง และมีถนน สายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณ โดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้ำปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ และยังมีพรมแดนติดกับทางตอนใต้ประเทศเยอรมัน

Day 7- Col du Pillon-Mt.Glacier 3000
ช่วงเช้า-ช่วงบ่าย : เที่ยวชมภูเขากลาเซียร์สามพัน(Mt.Glacier 3000)
-ภูเขากลาเซียร์ 3000 (Glacier 3000) เมืองโกล เดอ ปิยง (Col De Pillon) เมืองที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่จุผู้โดยสารได้ถึง 125 คน นำท่านขึ้นกระเช้ายักษ์รุ่นใหม่ ล่องลอยกลาง ทัศนียภาพที่งดงามสู่บริเวณ กลาเซียร์ เลอ ไดเบอเร็ต หรือที่ได้รับการขนานนามใหม่ว่า กลาเซียร์ 3000 (Glacier 3000) นำท่านสนุกสนานกับ การนั่งเก้าอี้เลื่อนไฟฟ้าที่นักสกีใช้เพื่อการนั่งขึ้นเขาสัมผัสประสพการณ์ที่ตื่นเต้นสนุกสนานแต่ปลอดภัยนั่งรถสโนว์บัสลุยหิมะที่ขาวโพลนสู่จุดชมวิวทัศนียภาพที่งดงามหาก อากาศดี ท้องฟ้าสดใสจะสามารถ และยังสามารถมองเห็นยอดเขาจุงฟราวหรือแมทเทอร์ฮอร์นได้จากมุมนี้ ลานสกี เปิดบริการตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคม ที่บริเวณความสูง 3000 – 1350 เมตร ประกอบด้วยทางเล่นสกียาว 25 กิโลเมตร ลานหิมะกลาเซียร์ 3000 เป็นส่วนหนึ่งของภูเขากูดสตาร์ด (Gstaad Mountain) ที่มีเส้นทางสกียาว 250 กิโลเมตร และ เทือกเขาแอลป์ มีเส้นทางสกียาว 225 กิโลเมตร สำหรับเล่นสกีลงเขา บนยอดเขามีร้านอาหาร BOTTA ซึ่งออกแบบโดยมัณฑนากรชื่อดังชาวสวิสชื่อ Mario Botta

การเดินทางนำท่านเดินทางโดยกระเช้า 360 องศา ขึ้นสู่ยอดเขากลาเซียร์  บนยอดเขาสามารถมองเห็นวิวยอดเขาสำคัญๆ ของสวิสเซอร์แลนด์ ได้แก่ จุงเฟราน์, แมทเทอร์ฮอร์น และ มองท์ บลองซ์ ได้อย่างชัดเจน

Day 8- Mt.Stanserhorn
ช่วงเช้า-ช่วงบ่าย : เที่ยวชมยอดเขา ชทานเซอร์ฮอร์น (Mt.Stanserhorn)
ยอดเขาชทานเซอร์ฮอร์น (Mt.Stanserhorn)ตั้งอยู่ในตำบล Nidwalden ไกล้ กับชายแดนรัฐ Obwalden มีความสูงที่ 1,898 เมตร(6,227 ฟุต) การเดินทางโดยขึ้นกระเช้า “Cabrio” กระเช้าลอยฟ้าเปิดประทุนแห่งแรกของโลก (แถมมี 2ชั้นอีกต่างหาก” ที่คงมีความหมายมาจากคำว่า “Cabriolet” หรือ “Convertible” ซึ่งหมายถึง คล้ายรถเปิดประทุน ขึ้นสู่ยอดเขา Mount Stanserhorn กระเช้าเปิดประทุน “Cabrio” ใช้งบประมานในการสร้างถึง ราคา 28,100,000 CHF สวิสฟรังซ์ (เป็นเงินไทยประมาณ 983,500,000 บาท) เส้นทางขนส่งสาธารณะแห่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ 1981 เสร็จในปี 1893 โดยนกธุรกิจ 3 ท่าน คือ Franz Josef Bucher-Durrer and Josef Durrer-Gasser

Day 9- Engelberg–Mt.Titlis
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองแองเกิลเบิร์ก (Engelberg)
เมืองแองเกิลเบิร์ก (Engelberg) เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ทางตอนกลางของสวิต และมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องของ Mountain Resort และยังเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายที่ เช่น ยอดเขา Titlis ด้วยเหตุนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาพักผ่อนที่ Engelberg รวมถึงไปเที่ยวยังจุดที่มีชื่อเสียงต่างๆ ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมานั้น มากกว่าประชากรในเมือง Engelberg หลายเท่าตัว เนื่องจาก Engelberg อยู่ทางตอนกลางของประเทศและยังอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่อย่าง Zurich และ Luzern ทำให้การเดินทางไปยัง Engelberg นั้นทำได้ง่ายและใช้เวลาเดินทางไม่นานมาก โดยสามารถนั่งรถไฟมาจาก Zurich, Luzern หรือ Interlaken ก็ได้
ช่วงบ่าย : เที่ยวชมยอดเขาทิสลิส(Titlis)
ยอดเขาทิสลิส(Titlis) ตั้งอยู่ที่เมืองแองเกิลเบิร์ก การเดินทางขึ้นเขาด้วยกระเช้าไฟฟ้าโรแตร์ ซึ่งเป็นกระเช้าที่สามารถหมุดรอบตัวเองได้ตัวแรกของโลก ชมทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์ได้ตลอดเส้นทางจนถึงยอดเขาทิสลิสที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,028 เมตร หรือ 10,000 ฟิต ซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะที่ไม่มีวันละลายในฤดูหนาว  ชมถ้ำน้ำแข็ง Glacier Grottoที่มีความยาวถึง 130 เมตร และมีความลึกที่สุดถึง 15 เมตร ให้ท่านได้สัมผัสสนุกสนานกับหิมะและกระเช้าเก้าอี้ (แชร์ลิฟ)

Day 10-Zurich (กรณีกลับเที่ยวบินค่ำ)
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองซูริค(Zurich) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตและเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก
-เมืองซูริค(Zurich)มีประชากร 370,000 คน เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจเนื่องจากมีธนาคารโลก รวมถึงธนาคารต่างๆตั้งอยู่จำนวนมาก ซึ่งมากกว่า 200 กว่าแห่ง อาชีพหลักของคนเมืองนี้คือ ทำงานธนาคาร และหน่วยงานที่สื่อต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ของบริษัทช่องโทรทัศน์แห่งชาติตั้งอยู่ที่นี่ ยังเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายรถไฟทั่วสวิสและสนามบินนานาชาติที่คึกคักที่ใหญ่ที่สุดของประเทศโดยทั่วไปเป็นที่แรกสำหรับนักท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์กาแฟ Jacob คลองขนาดเล็กที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของจตุรเทพแบ่งกั้นเมืองระหว่าง Limmat และ Sihl จากสถานีหลัก นำท่านชมโบสถ์โรมันเก่ากรอสมุนเสตอร์ (Grossmunster) หรือขนานนามว่า Great church ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอริกที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิคอย่างงดงาม เมืองซูริคมีลักษณะมีภูมิทัศน์สวยงาม อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการโรงแรมในยุโรป เป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีรวมไปถึง ติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ติดอันดับต้นๆของโลกทุกปี นอกจากนี้แล้วประเทศสวิตเซอร์แลนด์ยังเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวให้การยอม รับว่าน่าอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและวัฒนธรรม การคมนาคมซึ่งรวมไปถึงทั้งทางทางบกและการจราจรทางอากาศ ซึ่งบางครั้งเมืองซูริกมักถูกเรียกว่าเมืองหลวงวัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์ โดยในปี 2006-2008 เมืองซูริกได้รับรางวัลเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกอีกด้วย ถนนบานโฮฟซตราสเซอ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนอันลือชื่อที่มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติว่าเป็นถนนช้อปปิ้งที่มีราคาแพงที่ สุดแห่งหนึง่ของโลก โดยตลอดสองข้างทางล้วนแล้วแต่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอัญมณี ร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกาและโรงแรมระดับหรูเป็นจำนวนมาก
ช่วงบ่าย : เดินทางกลับ(ทางสนามบินซูริค)
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ราคาค่าใช้จ่ายทริป 
ผู้ใหญ่
2-3 ท่าน = ราคา   138,500 บาท/ต่อท่าน
4-7 ท่าน = ราคา   103,500 บาท/ต่อท่าน 
8-12 ท่าน = ราคา   86,500 บาท/ต่อท่าน 
13-15 ท่าน= ราคา   82,500 บาท/ต่อท่าน
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี)
2-3 ท่าน = ราคา  104,000  บาท/ต่อท่าน 
4-7 ท่าน = ราคา  85,000  บาท/ต่อท่าน 
8-12 ท่าน = ราคา 75,000  บาท/ต่อท่าน 
13-15 ท่าน = ราคา 66,000  บาท/ต่อท่าน 

อัตราค่าบริการนี้รวม
1) ที่พัก : พักแบบมาตราฐานยุโรป จำนวน 10 วัน 9 คืน ที่ Bern ไม่ย้ายโรงแรม
ที่พัก : พักที่ Youth Hotel ห้องเป็นลักษณะนอนรวมกัน จำนวน 4-12 ท่าน เป็นเตียงสองชั้น หรือ เตียงแบบเรียงกัน (ซึ่งแล้วแต่โรงแรมจะจัดให้) ความสะอาด เงียบสงบ สะดวกสบาย ปลอดภัย แบบมาตราฐานสวิส ห้องน้ำเป็นแบบรวม แยกฝั่งหญิง & ชาย (แต่หากท่านใดต้องการพักห้องคู่ สามารถแจ้งได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
2) ค่าเดินทางตลอด 10 วัน ค่ารถไฟและค่ากระเช้าขึ้นภูเขาตามโปรแกรมทัวร์
3) ค่าอาหารเช้าทุกมื้อและอาหารเย็น (อาหารสวิส) 1 มื้อ ในวันแรกที่เดินทางมาถึงสวิส : อาหารรวมทั้งหมด 10 มื้อ
4) ค่าเข้าสถานที่ต่างๆตามโปรแกรมทัวร์
5) ค่ามัคกุเทศก์คนท้องถิ่น(คนไทย)ที่ชำนาญเส้นทาง
6) ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ & ค่าประกันภัยอุบัติเหตุ (Special Offer)
7) ค่าธรรมเนียมวีซ่า (เรามีบ.ทัวร์ของเราเองที่เป็นสาขาในไทย & มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญไว้คอยอำนวยความสะดวกให้บริการแก่ทุกท่านสำหรับยื่นวีซ่าแบบกรุ๊ป) (Special Offer)
หากต้องการ Upgrade ห้องพัก (ไม่ต้องการพักแบบ Hostel รวม)
***Upgrade ห้องพักเป็นโรงแรม 4 ดาว สำหรับ 2 ท่าน (Hotel Allegro Bern)+25,000 บาท/ต่อท่าน (จากราคาทัวร์ที่แจ้งข้างต้น)
***Upgrade ห้องพักเป็นโรงแรม 3 ดาว สำหรับ 2 ท่าน (Hotel National Bern)  +  14,000 บาท/ต่อท่าน (จากราคาทัวร์ที่แจ้งข้างต้น)
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
อัตรานี้ไม่รวม ***โปรดอ่าน**
1) ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (Bangkok-Zurich หรือเส้นทางอื่นๆ)
2) ค่าธรรมเนียม 3% กรณีชำระผ่านบัตรเครดิต
3) ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง,ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ , ค่าโทร ศัพท์ , ค่าซักรีด,ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 20 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
4) ค่าอาหารกลางวัน-เย็น (เราจะแนะนำอาหารท้องถิ่นให้ ราคา 15-40 ฟรังส์/ต่อมื้อ)
5) ค่าขึ้นกระเช้าไปบนภูเขาที่นอกเหนือจากโปรแกรมจัดไว้ & ค่ากิจกรรมเสริมบนภูเขาต่างๆ เช่น สกี เป็นต้น
6) ค่าทิปมัคกุเทศก์

***สามารถชำระผ่านบัตรเครดิตได้ค่ะ (+3%)
***หากต้องการให้เราจัดการตั๋วเครื่องบินให้ด้วย แจ้งได้ค่ะ (ตั๋วเครื่องบินราคาเริ่มต้น 25,000 บาท)

หมายเหตุ
-ขอสงวนสิทธิ์รับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป ยกเว้นการเหมาทัวร์ค่ะ
-การปรับเปลี่ยนโปรแกรมทัวร์ตามสถานที่ต่างๆทีท่านต้องการเดินทางไป สามารถทำได้ในกรณีที่คุณเหมาทัวร์ค่ะ(Private) แล้วหลังจากมัดจำ(ตามยอดที่เราแจ้ง) ทางเราจะจัดทำโปรแกรมทัวร์ให้ใหม่ตามเส้นทางที่คุณต้องการค่ะ

***คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม 3,000 บาท สำหรับท่านที่เลือกเปลี่ยนแปลงเส้นทางทัวร์จากที่เราได้จัดไว้แล้ว
ราคาทัวร์ต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา เช่น ปีใหม่ วาเลนไทน์ และเทศกาลต่างๆตามความเหมาะสม เป็นต้น และขึ้นอยู่กับจำนวนระยะเวลาที่ท่านเดินทางมาท่องเที่ยวด้วย ซึ่งจะมีจำนวน 3-20 วัน ทำให้เราไม่สามารถกำหนดราคาที่ตายตัวไว้ได้ เนื่องจากได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน รวมถึงระยะทางของสถานที่ต่างๆทีท่านต้องการเดินทางไปด้วย สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ swisstoursbyte@gmail.com

facebookmail
This entry was posted in Best of Switzerland and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *