Swiss-France 10 Days

9 Nights / 10 Days Tour Program

Jungfraujoch Jungfraujoch Château de Versailles Eiffel Tower

Geneva1 Zuich Lauterbrunnen Bern

Champs Elysees & Arc de Triomphe The Louvre museum Galeries Lafayette Notre Dame Cathedral

Matterhorn Le Mont-Saint-Michel lucern ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์

Day 1-Bern
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์
-เมืองเบริ์น(Bern) เป็นเมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีประชากรประมาณ 130,000 คน มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ภาษาราชการที่ใช้ในเมืองเบิร์นคือ ภาษาเยอรมัน แต่คนในเมืองส่วนใหญ่นิยมพูดภาษาเยอรมันเบิร์น เป็นภาษาถิ่น ในปีค.ศ. 1863 เบิร์นได้รับการยกเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010 ย่านเมืองเก่าเบิร์น ถูกก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนภูเขาล้อมรอบด้วยแม่น้ำอาเร (Aare River) นำท่านชม Zytglogge- Aare River -โบสถ์ Munster- อาคารรัฐสภา (Parliament buildings, Bundeshaus)- บ่อหมีสัญญาลักษณ์ของเมือง -สวนกุหลาบ (Rose Garden) จุดชมวิวทั้งหมดของเมืองเบริ์น

Day 2-Rheinfall-Stein am Rhein-Zurich
ช่วงเช้า : เที่ยวชมน้ำตกไรน์ฟาล (Rheinfall) น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
-น้ำตกไรน์ฟาลล์ (Rheinfall) เป็นน้ำตกที่เกิดจากแม่น้ำไรน์ เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป อยู่ระหว่างเมืองเล็กๆชื่อ Neuhausen am Rheinfall กับ เมือง Laufen-Uhwiesen ใกล้ๆเมือง Schaffhausen ทางตอนเหนือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ น้ำตกกว้าง 150 เมตร สูง 23 เมตร ในฤดูหนาวมีกระแสน้ำไหล 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในฤดูร้อนมีกระแสน้ำไหล 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อปีค.ศ. 1965 กระแสน้ำมีกำลังแรงสูงสุดถึง 1,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อปีค.ศ. 1921 กระแสน้ำมีกำลังต่ำสุดเพียง 95 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากกระแสน้ำมีกำลังแรงมาก ปลาไม่สามารถว่ายข้ามน้ำตกไปยังแม่น้ำไรน์อีกฝั่งหนึ่งได้ นอกจากปลาไหล (eels) เท่านั้นที่สามารถไต่ไปตามก้อนหิน และ ข้ามไปยังแม่น้ำไรน์อีกฝั่งหนึ่งได้ น้ำตกนี้ กำเนิดมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็งราวๆ 14,000 – 18,000 ปีมาแล้ว

ต่อจากนั้น : เที่ยวชมเมืองชไตร์อัมไรน์ (Rheinfall-Stein am Rhein)
-เมืองชไตน์อัมไรน์ (Stein am Rhein) เมืองริมฝั่งแม่น้ำไรน์ที่ยังคง รักษาความเป็นเอกลักษณ์ของ เมืองแห่งโบราณยุคกลาง อันสวยงามเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เมืองชไตน์อัมไรน์ ได้รับรางวัล the First Wakker Prize เมื่อปี 1972 ในฐานะที่อนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมไว้ได้เป็นอย่างดีเมืองนี้มี ประชากร เพียง 3,110 คน มีพื้นที่เพียง 6.06 ตารางกิโลเมตร เมืองชไตน์อัมไรน์ มีฐานะขึ้นกับเมือง Schaffhausen ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองโบราณเล็กๆมีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมือง และมีถนน สายหลักเพียงสายเดียวอาคารบ้านเรือนปลูกสร้างมาแต่โบราณ โดยบางบ้านจะมีมุขหน้าต่างยื่นออกมา ผนังนอกบ้านมีการวาดภาพสีน้ำปูนเปียก fresco บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ และยังมีพรมแดนติดกับทางตอนใต้ประเทศเยอรมัน

ช่วงเย็น : เที่ยวชมเมืองซูริค(Zurich) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก
-เมือ งซูริค(Zurich) เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกซึ่งมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากมีธนาคารโลก รวมถึงธนาคารต่างๆตั้งอยู่จำนวนมาก ซึ่งมากกว่า 200 กว่าแห่ง อาชีพหลักของคนเมืองนี้คือ ทำงานธนาคาร และหน่วยงานที่สื่อต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ของบริษัทช่องโทรทัศน์แห่งชาติตั้งอยู่ที่นี่ นำท่านชมโบสถ์โรมันเก่ากรอสมุนเสตอร์ (Grossmunster) หรือขนานนามว่า Great church ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอริกที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิคอย่างงดงาม อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการโรงแรมในยุโรป และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและวัฒนธรรม ช้อปปิ้งถนนบานโฮฟซตราสเซอ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนอันลือชื่อที่มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติว่า เป็นถนนช้อปปิ้งที่มีราคาแพงที่ สุดแห่งหนึงของโลก

 Day 3-Lauterbrunnen-Jungfraujoch-Interlaken
ช่วงเช้า : เที่ยวชม ยอดเขายุงเฟรายอร์ค ยอดเขาที่สูงที่สุด ในยุโรป (Jungfraujoch Top of Europe)
-Sphinx เป็นจุดชมที่สูงที่สุดของ Jungfraujoch- Plateauเป็นที่ราบสูงริมเขา-Ice Palaceถ้ำที่ทำจากน้ำแข็ง-ร้านขายของที่ระลึกและตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป- Aletschgletscher เป็นทางเดินเพื่อออกมาชมวิวของธารน้ำแข็ง  Aletsch-Ski & Snow Board  Park-Adventure Top of Europe
Jungfraujoch มีความสูงถึง 3,471 เมตร และได้รับการขนานนามว่า Top of Europe แต่จริงๆแล้วไม่มีได้หมายความว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป แต่เป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยูโรป โดยเส้นทางและระบบรถไฟนั้นถูกริเริ่มโดย A.Guyer-Zeller และสร้างเสร็จในปี 1912 โดยใช้เวลาสร้างนาน 16 ปี Jungfraujoch (อ่านว่าจุงฟราวยอร์ค ไม่ใช่จุงเฟรายอร์ค) เป็นพื้นที่ช่องเขาระหว่างยอดเขา Mönch และ Jungfrau ของเทือกเขาแอลป์ Jungfraujoch เป็นที่รู้จักกันดีของนักท่องเที่ยวทั่วโลกและถือว่าเป็น Highlight อย่างนึงของสวิต เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมายัง Jungfraujoch จะได้สัมผัสกับบรรยากาศของภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี รวมไปถึงวิวที่มองเห็นจนสุดขอบฟ้าและเมื่อขึ้นมาถึง Jungfraujoch แล้วก็สามารถเที่ยวชมและทำกิจกรรมได้หลายอย่างมากมายที่แตกต่างกัน

หลังจากนั้น : เที่ยวชมเมืองเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen)
-เมืองเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen)เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในหุบเขา จากเมืองนี้สามารถมองเห็นเทือกเขาแอลป์ หมู่บ้านต่างๆถูกแยกออกจากหุบเขา โดยแนวโขดหินมหึมาที่สูงถึง 4,000 เมตร มองลงมายังหุบเขาเลาเทอร์บรุนเนิน จากเวงเงิน Wengen ชื่อ Lauter Brunnen แปลว่า many fountains (น้ำพุมากมาย) ชี้ให้เห็นความงดงามของภูมิทัศน์นี้ ที่มีน้ำตกถึง 72 แห่งในหุบเขา ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือน้ำตก ชเตาบ์บาคStaubbach ที่น้ำพุ่งดิ่งถาโถมลงมาจากหน้าผาหินเกือบ 300 เมตรและเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ตกลงมาแบบม้วนเดียวจบ ที่สูงที่สุดในยุโรป และเมืองเลาเทอร์บรุนเนิน เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดของการอนุรักษ์ธรรมชาติในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่มีสีสันและโรงนาขนาดเล็กโดดเดี่ยวบนภูเขาที่เงียบสงบ

ช่วงบ่าย : เที่ยวเมืองอินเทอร์ลาเค่น (Interlaken)
-เมืองอินเตอร์ลาเคน (Interlaken) ตั้งอยู่ที่เหนือระดับน้ำทะเล 570 เมตร (1,870ฟุต) อยู่ระหว่าง 2 ทะเลสาบ คือ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) และ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองมักถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และสวนผลไม้ อีกทั้งยังเป็นทางขึ้นยอดเขาที่จะทำให้คุณเห็นธารน้ำแข็งซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่สามารถ มองเห็นยอดเขา 3แห่ง คือ ยอดเขาจุงฟราวน์ (Jungfrau) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดคือ 4,158 เมตร ยอดเขา Monch มีความสูง 4,099 เมตร และยอดเขา Eiger มีความสูง 3,970เมตร สถานที่ตากอากาศชั้นนำส่วนใหญ่ในถิ่นที่เรียกกันว่า Bernese Oberland จึงตั้งอยู่บริเวณ 3 เขานี้ ทิวทัศน์แถบนี้จึงบริสุทธิ์และสวยงามเกินคำบรรยาย ทำให้เป็นสถานตากอากาศที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกชื่นชอบมากที่สุด จึงไม่แปลกที่จะเรียกได้ว่า “สวยเหมือนเมืองในฝัน”

Day 4-Luzern-Mt.Rigi
ช่วงเช้า : เที่ยวชมยอดเขาMt.Rigi ภูเขาริกิราชินีแห่งเทือกเขา (Mt.Rigi Queen of the mountains)
-เดินทางโดยรถไฟฟันเฟื่องเพื่อขึ้นพิชิตยอดเขาริกิซึ่งมีความสูง 6,ooo ฟุต หรือ 1,800 เมตร ด้วยรถกลไฟใช้ระบบไอน้ำ ซึ่งเป็นรถจักรที่เก่าแก่ที่สุดสร้างเมื่อ ปี 1858 แต่ได้รับบูรณะเป็นอย่างดี ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการชื่นชมชมธรรมชาติตลอดการเดินทางจนถึง Mt. Rigi klum เขาริกิ เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทัศนึยภาพอันงดงามที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ในจะมองเห็นทิวทัศน์รอบด้านได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร ในวันที่อากาศแจ่มใส อย่างคำบรรยายของนักเขียนชื่อดังอย่างเกอเธ่ วิกตอร์ ฮูโก และมาร์ค ทเวน พร้อมเลือกรับประทานอาหารพื้นเมืองในตอนกลางวันบนเขาตามอัธยาศัย ภูเขาริกิตั้งอยู่ไกล้เมืองลูเซริ์น (Luzern) เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของเทือกเขาแอลป์ และ ทะเลสาบอีก 13 แห่ง ภูเขาริกิตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง เยอรมนี และฝรั่งเศส ทำให้สามารถมองเห็นทั้ง 3 ประเทศสถานที่แห่งนี้

การเดินทางไปยังภูเขาริกิ สามารถเดินทางโดยรถไฟฟันเฟืองจาก ซึ่งได้ให้บริการมาตั้งแต่ปี 1871 พอถึงเขายอดคุณสามารถเดินตามทางเดินริมหน้าผาหรือเดินป่าชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และหลังจากนั้นช่วงบ่ายเดินทางไปยังสถานี Vitznau เพื่อนำท่านเดินทางไปที่ท่าเรือที่เมืองลูเซิร์น เพื่อล่องเรือ UNTERWALDEN เรือโดยสารขนาดใหญ่ซึ่งจุคนได้ถึง 3oo คน เป็นเรือกลไฟใช้ใบพัด paddlewheel Steamers ล่องทะเลสาบ ที่เรียกว่า Vierwaldstattersee หรือ ทะเลสาบของสี่ “Forest Cantons” ซึ่งเป็น ทะเลสาบที่สวยและใหญ่อีกทะเลสาบหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งติดกับสี่จังหวัดสำคัญ ตื่นตาตื่นใจกับภูเขารอบด้านและธรรมชาติบ้านตามไหล่เขาบนชายฝั่งสองข้างของทะเลสาบ

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองลูเซิร์น(Luzern)
-เมืองลูเซิร์น เป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ ตั้งอยู่ฝั่งค้านตะวันตกเฉียง เหนือของทะเลสาบลูเซิร์น ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) ตรงบริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ (Reuss river) ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปีแล้ว (ผังเมืองของประเทศในยุโรปมักจะมีการอนุรักษ์ส่วนเมืองเก่าทั้งนั้นทุกประเทศ ไม่ยอมให้สร้างอาคารใหม่ๆหรืออาคารสูง สร้างขึ้นในเขตเมืองเก่าที่อนุรักษ์ไว้ เขาจะแยกส่วนเมืองใหม่ออกจากกัน สัญลักษณ์ประจำเมืองลูเซิร์นมี 2 อย่าง คือ สะพานไม้ ชาเปล (Chapel bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument)อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง และเมืองลูเซิร์น นำท่านเที่ยวชม-สะพานชาเพล (Kapellbrucke หรือ Chapel Bridge)-โบสถ์ Hofkirche-อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument หรือ Loewendenkmal)-แม่น้ำรอยส์ (Reuss)-เขตเมืองเก่า(Luzern Altstadt)-ร้านค้า Bucherer-shopping ร้านขายนาฬิกาสวิส

Day 5-Andermatt-Glacier express-Zermatt
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองอันเดอร์แมท (Andermatt) ที่ตั้งของเมืองอยู่ในหุบเขาRealp และ Hospental ของหมู่บ้าน Urseren ในรัฐ Uri ซึ่งอยุ่ทางตอนใต้ของเมืองAltdorf เป็นเมืองเล็กน่ารักๆและยังเป็นอีกหนึ่งชุมทางรถไฟที่สำคัญของสวิส และยังเป็นหนึ่งในแหล่งเล่นสกีที่สำคัญ ท่านจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงามของเส้นทางไต่เขาขึ้นสู่อันเดอร์แมท ที่เมืองที่เป็นรู้จักจากนักท่องเที่ยวคือมีดรงแรมหรูหราและสกีรีสอร์ทเป็นจำนวนมาก

ช่วงบ่าย : นั่งรถไฟสาย Glacier express รถไฟด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก (ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง)
ขึ้นรถไฟสาย Glacier Express เพิ่อเดินทางไปยังเมืองเซอร์มัท(Zermatt) รถไฟสายนี้ได้ชื่อว่าเป็น “รถไฟด่วนที่วิ่งช้าที่สุดในโลก” เนื่องจากใช้เวลา วิ่งตลอดสายจาก St.Moritz ใช้เวลารวมแล้วเกือบ 8 ชม. ตลอดเส้นทางสายนี้มีความยาว 274 กม. จะวิ่งผ่านสะพานถึง 291 สะพาน ลอดอุโมงค์ทั้งสิ้น 91 แห่ง และไต่ระดับผ่านช่องเขาที่สูงถึง 2,033 เมตร ทุกที่นั่งของรถไฟสาย Glacier Express จะมีแผ่นพับและหูฟังให้เลือกภาษาที่จะรับฟังได้ โดยมีทั้งหมด 6 ภาษา คือ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี จีน และญี่ปุ่น พอถึงจุดที่จะมีคำบรรยาย ก็จะมีเสียงกระดิ่งดังขึ้นพร้อมกับตัวอักษรวิ่งแสดงบนหน้าจอเหนือประตูขบวนรถไฟทุกตู้ บรรยายว่าขณะนี้รถไฟกำลังอยู่ที่จุดใดของการเดินทาง รถไฟสายนี้จะเป็นหน้าต่างแบบ Panoramic หลังคาเป็นกระจกใสมีความกว้างกว่ารถไฟปกติทั่วไป ซึ่งจัดทำมาเพื่อให้เห็นวิวทิวทัศน์ที่ชัดเจนมากขึ้นกว่ารถไฟปกติธรรมดา

ช่วงเย็น : เที่ยวชมเมืองเซอร์มัท(Zermatt) เมืองที่ไม่มีรถยนต์ นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันขับเคลื่อนวิ่ง
-เมืองแซร์แมทหมู่บ้านเล็กๆ ทางขึ้นยอดเขามัทเอร์ฮอร์นซึ่ง ตั้งไกล้เทือกเขาแอลป์ ในรัฐวาเลส์ (Valais) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะว่ามีประชากรในเมืองไม่ถึง 10,000 คน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงกว่า 1,620 เมตร ทางตอนใต้ของสวิตติดกับชายแดนอิตา ลี โดยมี Pennine Alps ซึ่งเป็นส่วนนึงของเทือกเขา Alps เป็นเส้นกั้นระหว่าง 2 ประเทศ เป็นเขตที่พูดภาษาเยอรมัน ตัวเมืองถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขากว่า 38 ยอด และแต่ละยอดล้วนมีความสูง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4000 เมตร นอกจานี้เมืองแซร์แมท (Zermatt) ยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากในด้านการปีนเขาและการเล่นสกี และในส่วนหน้าร้อนจะมีเส้นทางให้ Tracking หลายเส้นทาง รวมถึงการปีนเขา แต่สำหรับนักปีเขาแล้วเป็นสิ่งที่ท้าทายและน่ากลัวไม่แพ้กัน เนื่องจากมีนักปีนเขาที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เกือบ 200,000 คนแล้ว และเมืองนี้ยังคงอนุรักษณ์ความเป็นชีวิตพื้นเมืองดั้งเดิมไว้เหมือนเดิม ซึ่งสังเกตุได้จากสถาปัตถกรรมต่างๆทั่วเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับ ความเรียบง่ายของบ้านเรือน และผู้คนและเมืองนี้เป็นเมืองที่มีกฎหมายสั่งห้ามรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันขับเคลื่อนวิ่งในเมืองโดยเด็ดขาด ซึ่งการคมนาคมข่นส่งในบริเวณเมืองจะใช้รถเล็กๆที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้า ทำให้เมืองปราศจากมลพิษจากควันรถยนต์ทุกชนิด

Day 6-Gornergrat(Matterhorn)-Paris
ช่วงเช้า : เที่ยวชมยอดเขามัทเทอร์ฮอล (Matterhorn) ยอดเขาหมาพีระมิด ที่โด่งดังแห่งเทือกเขาแอลป์
นำท่านเดินทางไปยังสถานีกอนนอร์กราร์ท (Gornergrat) โดยรถไฟฟันเฟื่องปีนเขาเพื่อขึ้นไปเที่ยวชมยอดเขามัทเทอร์ฮอล(Matterhorn) ยอดเขาสูงเด่น ตั้งอยู่โดดเดี่ยวอยู่เหนือทิวทัศน์ของเทือกเขาเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาแห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวของเทือกเขาแอลป์อยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับประเทศอิตาลี มีความสูงถึง 4,478 เมตร นับว่าเป็นยอดเขาที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก จุดชมวิวที่สวยงามอยู่ใกล้กับเมืองเซอร์มัทท์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมทั้งชมภาพตื่นตาตื่นใจที่หลงเหลือจากการเกิดการเคลื่นตัวของผิวโลกเมื่อ 50 ล้านปีก่อนอีกด้วย

ช่วงเย็น : เดินทางสู่เเมืองปารีส (Paris) โดยรถไฟ TGV จาก Bern-Paris
-เมืองปารีส (Paris)เป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส บนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์ (Île-de-France หรือ Région parisienne (RP) ) ภายในกรุงปารีสมีประชากรประมาณ 2,167,994 คน เขตเมืองปารีส (Unité urbaine) ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟ TGV ประมาน 4 ชม. 4 นาที

Day 7-Paris-Eiffel Tower-Champs Elysees & Arc de Triomphe-Notre Dame Cathedral-Galeries Lafayette & Printemps
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองปารีส Paris-หอไอเฟล (Eiffel Tower)
-หอไอเฟล (Eiffel Tower)หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ “กุสตาฟ ไอเฟล” ผู้เป็นทั้งสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2549 นักท่องเที่ยวกว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น

หลังจากนั้น : เที่ยวชมถนนฌ็องเซลีเซ (Champs Elysees & Arc de Triomphe)-จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde)
-นำท่านเที่ยวชมลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด จากนั้นเข้าสู่ ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ ชมประตูชัยนโปเลียนสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และเที่ยวชมอาฟว์นูว์เดช็องเซลีเซ (Avenue des Champs-Élysées) เป็นถนนในเขตที่ 8 ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นย่านการค้าที่ ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทาง มีต้นเกาลัดที่ ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามปลูกเรียงราย ชื่อ “ช็องเซลีเซ” มาจากคำว่า “ทุ่งเอลิเซียม” จากเทพปกรณัมกรีกในภาษาฝรั่งเศส

-ถนนช็องเซลีเซได้รับการ ขนานนามว่าเป็น ถนนที่สวยที่สุดในโลก (La plus belle avenue du monde)โดยมีอัตราค่าเช่าสูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับพื้นที่ 1000 ตารางฟุต (93 ตารางเมตร) สูงที่สุดในยุโรป

ช่วงบ่าย : ช้อปปิ้งห้างดังเกอเลอรี่ ลาฟาร์เยส & ห้างแพลงตอน (Galeries Lafayette & Printemps)
-ห้าง Galeries Lafayette & Printemps เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส มีสาขาตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วฝรั่งเศสและในหลาย ๆ ประเทศ แต่สาขาที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่รักในการช้อปปิ้ง คือห้างลาฟาแยตต์ ที่ตั้งอยู่บนถนนโฮสมานน์ (Boulevard Haussmann) เมืองปารีส และห้างแห่งนี้ยังชื่อว่าเป็น ห้างที่สวยที่สุดอีกแห่งของปารีส เนื่องจากอาคารของห้างเป็นโบทถ์เก่า นำมาดัดแปลงเป็นห้างสรรพสินค้า ทำให้หลังคาของอาคาร มีการประดับกระจก สีสันต่างๆมากมาย และมีลวดลายแกะสลักอัน วิจิตรงดงาม

หลังจากนั้น : เที่ยวชมมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส
-อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (ฝรั่งเศส: Cathédrale Notre-Dame de Paris กาเตดราลน็อทร์-ดามเดอปารี) หรือ มหาวิหารน็อทร์-ดาม เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คำว่า Notre Dame แปลว่า พระแม่เจ้า (Our Lady) ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียกพระนางมารีย์พรหมจารี ปัจจุบันอาสนวิหารก็ยังใช้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกและเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส มหาวิหารน็อทร์-ดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1160 บิชอปมอริส เดอ ซูว์ยี (Maurice de Sully) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นบิชอปแห่งปารีส

Day 8-Château de Versailles-The Louvre museum
ช่วงเช้า & ช่วงบ่าย : เที่ยวชม พระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles) เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก
-พระราชวังแวร์ซาย (ฝรั่งเศส: Château de Versailles) เป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่แวร์ซาย ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ ของโลกยุคปัจจุบันด้วย เมืองแวร์ซายเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง บริเวณส่วนใหญ่เป็นป่าเขา เยี่ยงชนบทอื่น ๆ ของฝรั่งเศส เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศส ยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่า และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายน่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมาใน พ.ศ. 2167 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส แห่งฝรั่งเศส ขึ้นครองบัลลังก์ มีประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ จึงเริ่มปรับปรุงพระตำหนักเดิมใน ปี พ.ศ. 2204 ใช้เงินทั้งหมด 500,000,000 ฟรังก์ คนงาน 30,000 คน และใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในพ.ศ. 2231 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก ภาย ในแบ่งออกเป็นห้องๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ฯลฯ ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (The Louvre museum)
-พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (ฝรั่งเศส: Musée du Louvre) หรือในชื่อทางการว่า the Grand Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ ที่ใช้จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น จากตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 19 อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก ในปี พ.ศ. 2549 พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มี ผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มี ผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก และยังเป็นสถานที่ ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส

Day 9-มง-แซ็ง-มีแชล ( Le Mont-Saint-Michel)
ช่วงเช้า : เที่ยวชม มง-แซ็ง-มีแชล ( Le Mont-Saint-Michel) คือวิหารที่ตั้งอยู่บนเกาะโดดเดี่ยวกลางทะเลชายฝั่งตะวันตก บริเวณจังหวัดม็องช์ แคว้นบัส-นอร์ม็องดีของประเทศฝรั่งเศส ได้รับประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2522 ภายใต้ชื่อ มง-แซ็ง-มีแชลและอ่าว ในปีหนึ่งจะมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนมง-แซ็ง-มีแชลกว่า 3 ล้าน 2 แสนคนซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยงยอดนิยมอันดับที่ 3 ของประเทศฝรั่งเศสรองลงมาจากหอไอเฟลและพระราชวังแวร์ซาย ตัวเกาะอันเป็นที่ตั้งของวิหารนั้นเป็นหินแกรนิต โดยมีเส้นรอบวงเกาะประมาณ 960 เมตร และสูง 92 เมตร แล้วถ้าบวกกับความสูงของตัววิหารนั้นแล้วก็จะมีความสูงถึง 155 แมตร ถือเป็นปราการธรรมชาติตั้งแต่สมัยยุคกลาง โดยตั้งชื่อตามวิหารที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขานั่นเอง บนยอดวิหารเป็นรูปปั้นทองของอัครทูตสวรรค์มีคาเอล (นักบุญมิคาเอล) สร้างโดยเอมานูแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet)

Day 10-เดินทางกลับ
ช่วงบ่ายหรือช่วงเย็น : ส่งท่านที่สนามบินปารีส

ผู้ใหญ่ :
2-3 ท่าน = ราคา 149,900 บาท/ต่อท่าน 
4-7 ท่าน = ราคา 124,900 บาท/ต่อท่าน 
8-12 ท่าน = ราคา 112,900  บาท/ต่อท่าน 
12-15 ท่าน = ราคา  99,900  บาท/ต่อท่าน 

เด็ก (อายุ 6-16) :
2-3 ท่าน = ราคา 131,000 บาท/ต่อท่าน 
4-7 ท่าน = ราคา 104,000  บาท/ต่อท่าน 
8-12 ท่าน = ราคา 95,000 บาท/ต่อท่าน 
12-15 ท่าน = ราคา 84,000  บาท/ต่อท่าน 

อัตราค่าบริการนี้รวม
1.Hotel 3 ดาว จำนวน 9 คืน
-ฺBern จำนวน 4 คืน : พักที่ Hotel National Bern หรือเทียบเท่า
-Zermtt จำนวน 1 คืน : พักที่ Hotel Helvetia หรือเทียบเท่า
-Paris จำนวน 4 คืน : พักที่ Newhotel Lafayette หรือเทียบเท่า
3.ค่าเดินทางตลอด 10 วัน และค่ารถไฟขึ้นภูเขาตามโปรแกรมทัวร์
4.ค่าตั๋วไฟ TGV (Bern-Paris)
5.ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆตามโปรแกรมทัวร์
7.ค่าอาหารเช้าทุกวันและอาหารเย็น(อาหารสวิส) 1 มื้อ (สำหรับวันแรกที่มาถึงสวิส) อาหารรวมทั้งหมด 10 มื้อ
4.ค่าเข้าสถานที่ต่างๆตามโปรแกรมทัวร์
5.ค่ามัคกุเทศก์คนท้องถิ่น(คนไทย)ที่ชำนาญเส้นทาง
6.ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ & ค่าประกันภัยอุบัติเหตุ
7.ค่าธรรมเนียมวีซ่า (เรามีบ.ทัวร์ของเราเองที่เป็นสาขาในไทย & มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญไว้คอยอำนวยความสะดวกให้บริการแก่ทุกท่านสำหรับยื่นวีซ่าแบบกรุ๊ป)

**อัตรานี้ไม่รวม**โปรดอ่าน
1.ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (Bangkok-Zurich & Paris-Bangkok หรือเส้นทางอื่นๆ)
2.ค่าธรรมเนียม 3% กรณีชำระผ่านบัตรเครดิต
3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง,ค่าธรรมเนียมวีซ่า,ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ , ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด,ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 20 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
4.ค่าอาหารกลางวัน-เย็น (เราจะแนะนำอาหารท้องถิ่นให้ ราคา EUR 10-30 ยูโร/ต่อมื้อ)
5.ค่าขึ้นกระเช้าไปบนภูเขา & ค่ากิจกรรมเสริมบนภูเขาต่างๆ เช่น สกี เป็นต้น
6.ค่าขึ้นชมหอไอเฟล (Eiffel Tower) & Arc de Triomphe
7.ค่าทิปมัคกุเทศก์

หากต้อง การ Upgrade ห้องพักที่ Swiss จำนวน 6 วัน 5 คืน ราคาดังนี้ :
***หากต้อง การ Upgrade ห้องพักเป็นโรงแรม 4 ดาว สำหรับ 2 ท่าน (Hotel Allegro Bern)  + 13,500 บาท/ต่อท่าน (จากราคาทัวร์ที่แจ้งข้างต้น)
***หากต้องการ Upgrade ห้องพักเป็นโรงแรม 3 ดาว สำหรับ 2 ท่าน (Hotel National Bern)  +  7,000 บาท/ต่อท่าน (จากราคาทัวร์ที่แจ้งข้างต้น)

***หากต้องการให้เราจัดการตั๋วเครื่องบินให้ด้วย แจ้งได้ค่ะ (ตั๋วเครื่องบินราคาเริ่มต้น 25,000 บาท)

***จำหน่ายซิมมือถือ ที่สามารถใช้ได้ไม่อั้นกับโปรแกรมแชทต่างๆมากมาย แชทใช้ได้ทุกทวีปทั่วโลกมากกว่า 150 ประเทศ หลังจากซื้อซิมแล้ว สามารถใช้ได้ฟรี 1 ปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

หมายเหตุ

-ขอสงวนสิทธิ์รับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป ยกเว้นการเหมาทัวร์ค่ะ
-การปรับเปลี่ยนโปรแกรมทัวร์ตามสถานที่ต่างๆทีท่านต้องการเดินทางไป สามารถทำได้ในกรณีที่คุณเหมาทัวร์ค่ะ แล้วหลังจากมัดจำ(ตามยอดที่เราแจ้ง) ทางเราจะจัดทำโปรแกรมทัวร์ให้ใหม่ตามเส้นทางที่คุณต้องการค่ะ

***คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม 3,000 บาท สำหรับท่านที่เลือกเปลี่ยนแปลงเส้นทางทัวร์จากที่เราได้จัดไว้แล้ว
ราคาทัวร์ต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา เทศกาลต่างๆตามความเหมาะสม  และขึ้นอยู่กับจำนวนระยะเวลาที่ท่านเดินทางมาท่องเที่ยวด้วย ซึ่งจะมีจำนวน 3-20 วัน ทำให้เราไม่สามารถกำหนดราคาที่ตายตัวไว้ได้ เนื่องจากได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน รวมถึงระยะทางของสถานที่ต่างๆทีท่านต้องการเดินทางไปด้วย

facebookmail
This entry was posted in Europe Tours and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *