ท่องเที่ยว Swiss-Italy-France 12 days 11 Nights

ทริป เที่ยว สวิต-อิตาลี-ฝรั่งเศษ โปรแกรม 12 Days 11 Nights 

Bern Milan Rome Paris
luzern Zermatt jungfrau Montreux

Rome The Louvre museum Château de Versailles Champs Elysees

Day 1-Zurich-ล่องเรือ-Bern
ช่วงเช้า : รับทุกท่านที่สนามบินซูริคหรือสถานีรถไฟ
ต่อจากนั้น : เที่ยวชมเมืองซูริค(Zurich) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศสวิต และ เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก
-เมืองซูริค(Zurich) มีประชากร 370,000 คน เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากมีธนาคารโลก รวมถึงธนาคารต่างๆตั้งอยู่จำนวนมาก ซึ่งมากกว่า 200 กว่าแห่ง อาชีพหลักของคนเมืองนี้คือ ทำงานธนาคาร และหน่วยงานที่สื่อต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ของบริษัทช่องโทรทัศน์แห่งชาติตั้งอยู่ที่นี่ นำท่านชมโบสถ์โรมันเก่ากรอสมุนเสตอร์ (Grossmunster) หรือขนานนามว่า Great church ซึ่งเป็นโบสถ์คาทอริกที่ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโกธิคอย่างงดงาม เมืองซูริคมีลักษณะมีภูมิทัศน์สวยงาม อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการโรงแรมในยุโรป เป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีรวมไปถึง ติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ติดอันดับต้นๆของโลกทุกปี และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจและวัฒนธรรม ช้อปปิ้งถนนบานโฮฟซตราสเซอ (Bahnhofstrasse) เป็นถนนอันลือชื่อที่มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติว่า เป็นถนนช้อปปิ้งที่มีราคาแพงที่ สุดแห่งหนึง่ของโลก โดยตลอดสองข้างทางล้วนแล้ว แต่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอัญมณี ร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกาและโรงแรมระดับหรูเป็นจำนวนมาก และล่องเรือชมทะเลสาบซูริค(Lake Zurich)

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์
-เมืองเบริ์น(Bern) เป็นเมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ มีประชากรประมาณ 130,000 คน มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ภาษาราชการที่ใช้ในเมืองเบิร์นคือ ภาษาเยอรมัน แต่คนในเมืองส่วนใหญ่นิยมพูดภาษาเยอรมันเบิร์น เป็นภาษาถิ่น ในปีค.ศ. 1863 เบิร์นได้รับการยกเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010 ย่านเมืองเก่าเบิร์น ถูกก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนภูเขาล้อมรอบด้วยแม่น้ำอาเร (Aare River)
พักที่ : Hotel National Bern (โรงแรม 3 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 2-Kandersteg-Oeschinen-Blausee
ช่วงเช้า : เที่ยวชมทะเลสาบโอชิเนน (Oeschinensee/Oeschinen Lake)
-ทะเลสาบโอชิเนน (Oeschinensee/Oeschinen Lake)พื้นที่ทั้งหมดมีขนาด 22 กิโลเมตร เป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่ในรัฐเบริ์น (Bernese Oberland) ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองแคนเดอร์สเทก ( Kandersteg) ในหุบเขาโอชิเนน (Oeschinen)ตั้งอยู่บริเวณความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,578 เมตร (5,177 ฟุต) ทะเลสาบอยู่ตรงกลางของหุบเขาโอชิเนน (Oeschinen)และใต้ทะเลสาบมีท่อน้ำ เพื่อส่งต่อน้ำในทะเลสาบใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและน้ำปาให้กับเมืองแคน เดอร์สเทก ( Kandersteg)ปี 1931-1965 ได้มีการวัดระดับน้ำในทะเลสาบ มีปริมาณ 1,566.90 เมตร (5,138.1 ฟุต) และ 1,581.9 เมตร (5,190 ฟุต) ระดับของปริมาณของน้ำจะขึ้นอยู่กับฤดูกาลเฉลี่ย 12.2 เมตร (40 ฟุต) และ ในแต่ละปีจะมี 5 เดือนที่น้ำในทะเลสาบจะเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งในช่วงเดือนธันวาคม-พฤษภาคมของทุก ปี

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเบลาเซ (Blausee) ทะเลสาบสีน้ำเงิน
-ทะเลสาบเบลาเซ (Blausee) มีลักษณะเป็นทะเลสาปสะท้อนน้ำเป็นสีนำเงิน มองเห็นตัวปลาด้านล่าง ตั้งอยู่ในเขต Bernese Oberland เป็นทะเลสาปเล็กๆ ที่มีไว้เพื่อทำเป็นสถานที่ เพาะพันธ์ปลาเทราท์ เป็นของเอกชน มีตำนานเศร้าเล่าว่า ชายหญิงคู่หนึ่งได้มา ณ ทะเลสาบสีน้ำเงิน(Blausee) แห่งนี้เพื่อพลอดรักเป็นประจำ จนในวันหนึ่งชายคนรักจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้หญิงที่ยังคงมีชีวิตอยู่ เสียใจเป็นที่สุด เธอยังคงมาที่ ทะเลสาบที่เคยบ่มเพาะความรัก เพื่อรำลึกถึงชายคนรักของเธอในเกือบทุกค่ำคืน แต่เธอไม่สามารถสัมผัสชายคนรักได้ ทำให้เธอรู้สึกโหยหา เสียใจ ทุกข์ทรมาน คิดถึงคนรักเป็นที่สุด เธอไม่สามารถหยุด ความเศร้าโศกเสียใจและตรอมใจตาย ณ ที่แห่งนี้ เป็นที่กล่าวขานว่า ทะเลสาบนี้เปรียบ เสมือนน้ำตาแห่งความเสียใจของเธอ น้ำตาของเธอเป็น สาเหตุให้น้ำเป็นสีฟ้าใสอย่างนี้
พักที่ : Hotel National Bern (โรงแรม 3 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 3-Luzern-Mt.Pilatus
ช่วงเช้า : เที่ยวชมยอดเขาพิลาตุส (Mt.Pilatus)ภูเขามังกร
-ยอดเขาพิลาตุส (Mt.Pilatus) ขึ้นรถไฟที่มีรางรถไฟลาดชันที่สุดในโลกเพื่อพิชิตยอดเขาพิลาทุส (Pilatus)เป็นรถไฟฟันเฟื่อง ซึ่งเป็นยอดเขาที่มีความสูงเป็นอันดับสองของเมืองลูเซิร์น สูงถึง 2132 เมตรหรือ 7000 ฟุต ซึ่งมีความชันที่สุดในโลกที่มีการ ไล่ระดับสูงสุดถึง 48% มันตั้งอยู่ในอบวัลเดิน สวิตเซอร์แลนด์ รถไฟแห่งนี้มีความยาวระยะทาง 4.6 กิโลเมตร วิ่งขึ้นภูเขาปิลาตุสใช้เวลาเดินทาง 45 นาที ปัจจุบันมีอายุ 125 ปี แต่ยังสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม สะดวก ปลอดภัย ตรงเวลาตามมาตารฐานรถไฟสวิส ในการเดินทางด้วยรถไฟล้อเฟืองไต่เขาลาดชันจากสถานีรถไฟ Alpnachstad เป็นภูเขาที่ติดกับสามจังหวัด คือ Obwalden, Nidwalden และLuzern ซึ่งบนยอดเขาทำให้ท่านสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบ Vierwaldstattersee ได้รอบถึง 360 องศา ทางเดินรอบยอดเขามากมายเพื่อให้ท่านชมวิวได้โดยรอบ

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองลูเซิร์น(Luzern) ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้
-เมืองลูเซิร์น เป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ ตั้งอยู่ฝั่งค้านตะวันตกเฉียง เหนือของทะเลสาบลูเซิร์น ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) ตรงบริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ (Reuss river) เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่อยู่ด้านตะวันออกเป็นเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปีแล้ว (ผังเมืองของประเทศในยุโรปมักจะมีการอนุรักษ์ส่วนเมืองเก่าทั้งนั้นทุก ประเทศ เขาจะไม่ยอมให้สร้างอาคารใหม่ๆหรืออาคารสูง สร้างขึ้นในเขตเมืองเก่าที่อนุรักษ์ไว้ เขาจะแยกส่วนเมืองใหม่ออกจากกัน ส่วนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเป็นเมืองที่สร้างภายหลัง อาคารบ้านเรือนเป็นแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังมีร่องรอยของการเป็นหัวเมืองโบราณที่ปรากฏให้เห็นทุกมุมเมือง ในอดีตลูเซิร์นเป็นเมืองเก่าที่ปกครองตนเอง ได้รวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประเทศสวิสเซอร์แลนด์มา ตั้งแต่ ค.ศ.1332 สัญลักษณ์ประจำเมืองลูเซิร์นมี 2 อย่าง คือ สะพานไม้ ชาเปล (Chapel bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument)อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง และเมืองลูเซิร์น
พักที่ : Hotel National Bern (โรงแรม 3 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 4-Zermatt-Gornergrat(Matterhorn)
ช่วงเช้า : เที่ยวชมยอดเขามัทเทอร์ฮอล (Matterhorn) ยอดเขาหมาพีระมิด ที่โด่งดังแห่งเทือกเขาแอลป์
-นำท่านเดินทางไปยังสถานีกอนนอร์กราร์ท (Gornergrat) โดยรถไฟฟันเฟื่องปีนเขาเพื่อขึ้นไปเที่ยวชมยอดเขามัทเทอร์ฮอล(Matterhorn) ยอดเขาสูงเด่น ตั้งอยู่โดดเดี่ยวอยู่เหนือทิวทัศน์ของเทือกเขาเทือกเขาแอลป์ ยอดเขาแห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวของเทือกเขาแอลป์อยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับประเทศอิตาลี มีความสูงถึง 4,478 เมตร นับว่าเป็นยอดเขาที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก จุดชมวิวที่สวยงามอยู่ใกล้กับเมืองเซอร์มัทท์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมทั้งชมภาพตื่นตาตื่นใจที่หลงเหลือจากการเกิดการเคลื่นตัวของผิวโลกเมื่อ 50 ล้านปีก่อนอีกด้วย

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองเซอร์มัท(Zermatt) เมืองที่ไม่มีรถยนต์ นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันขับเคลื่อนวิ่ง
-เมืองแซร์แมทหมู่บ้านเล็กๆ ทางขึ้นยอดเขามัทเอร์ฮอร์นซึ่ง ตั้งไกล้เทือกเขาแอลป์ ในรัฐวาเลส์ (Valais) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะว่ามีประชากรในเมืองไม่ถึง 10,000 คน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงกว่า 1,620 เมตร ทางตอนใต้ของสวิตติดกับชายแดนอิตา ลี โดยมี Pennine Alps ซึ่งเป็นส่วนนึงของเทือกเขา Alps เป็นเส้นกั้นระหว่าง 2 ประเทศ เป็นเขตที่พูดภาษาเยอรมัน ตัวเมืองถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขากว่า 38 ยอด และแต่ละยอดล้วนมีความสูง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4000 เมตร นอกจานี้เมืองแซร์แมท (Zermatt) ยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมากในด้านการปีนเขาและการเล่นสกี โดยในหน้าหนาวจะมีนักสกีจากทั่วโลกเดินทางมาเพื่อหาความท้าทาย และในส่วนหน้าร้อนจะมีเส้นทางให้ Tracking หลายเส้นทาง รวมถึงการปีนเขา ซึ่งยอดเขาที่นักปีนเขามากมายต้องการมาพิชิตก็คงหนีไม่พ้น Matterhorn นั่นเอง แต่ถึงแม้ว่า Matterhorn จะดูสวยงามสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับนักปีเขาแล้วเป็นสิ่งที่ท้าทายและน่ากลัวไม่แพ้กัน เนื่องจากมีนักปีนเขาที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เกือบ 200,000 คนแล้ว และเมืองนี้ยังคงอนุรักษณ์ความเป็นชีวิตพื้นเมืองดั้งเดิมไว้เหมือนเดิม ซึ่งสังเกตุได้จากสถาปัตถกรรมต่างๆทั่วเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความเรียบง่ายของบ้านเรือนและผู้คนและเมืองนี้เป็นเมืองที่มีกฎหมายสั่งห้ามรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันขับเคลื่อนวิ่งในเมืองโดยเด็ดขาด ซึ่งการคมนาคมข่นส่งในบริเวณเมืองจะใช้รถเล็กๆที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้า ทำให้เมืองปราศจากมลพิษจากควันรถยนต์ทุกชนิด
พักที่ : Hotel Helvetia zermatt (โรงแรม 3 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 5-Montreux-Goldenpass Line
ช่วงเช้า : เที่ยวชม เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองแห่งปราสาทสวยริมทะเลสาบเจนีวา
-เมืองมองเทรอซ์ (Montreux)ตั้งอยู่ตำบล Riviera-Pays-d’Enhaut ในรัฐ Vaud ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวาไกล้ตีนของยอดเขาแอลป์ มีประชากร ประมาน 90,000 คน เมืองเล็กๆแสนน่ารักที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ทะเลสาบแสนสวยที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็น นำท่านไปชมปราสาทชิลยอง (Castle of Chillon หรือ Château de Chillon) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของ ทะเลสาบเจนีวาโดยอยู่ ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 3 กิโลเมตร ปราสาทชิลยอง นับว่าเป็นปราสาทยุคกลางที่มีความเก่าแก่กว่า 1,000 ปี โดยปราสาทถูกสร้างขึ้นในช่วงสมัยของโดยราชวงศ์ SAVOY ซึ่งถือได้ว่าเป็นอัญมณีทางประวัติศาสตร์ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยตำนานที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุด ก็คือการจำคุกของ Bonivard ซึ่งเป็นที่มาของบทกวีที่มีชื่อเสียง อย่าง “นักโทษแห่ง Chillon” สมัยอดีตปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมา จากเหนือสู่ใต้ หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ พิพิธภัณฑ์เมืองเก่ามองเทรอซ์ (Old Town Museum) ซึ่งคุณจะได้ทราบถึงความเป็นมาของเมือง วิวัฒนาการของเมืองที่เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยยุคหินใหม่จนมาถึงยุคปัจจุบัน และเที่ยวชมเมืองที่มีกลิ่นไอฝรั่งเศสแบบสวิส เนื่องจากเมืองคนผู้ภาษาฝรั่งเศสกัน รวมถึงสถาปัยกรรม อาคารที่อยู่อาศัย โรงแรม เป็นสไตร์ฝรั่งเศสด้วย เทศกาลที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้คือ Montreux Jazz Festival

ช่วงบ่าย : นั่งรถสายโกลเดนพลาสไลน์ (Goldenpass Line)
-สายโกลเดนพลาสไลน์ เป็นสายที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองที่ใช้ภาษาเยอรมันกับเมืองที่พูดภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเส้นทางเริ่มต้นจากเมืองลูเซิร์นโดยวิ่งไต่ภูเขาขึ้นไปยังบริเวณ Bruenig จนถึงเมืองอินเทอร์ลาเกน และรถไฟยังมีหน้าตาที่กว้างขวางกว่ารถไฟทั่วไปทำให้คุณได้ชมวิวอย่างเต็มอิ่มจุใจ หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า รถไฟชมวิวสายพาโนรามา (Golden pass Panoramic)เพื่อชมวิวบริเวณทะเลสาบเจนีวา และพร้อมชมวิวไร่องุ่นของสองข้างทางที่งดงาม
พักที่  : Hotel National Bern (โรงแรม 3 ดาว) หรือเทียบเท่า

Day 6-Lugano-Lake Como
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองลูกาโน (Lugano)เมืองอิตาลี่ในดินแดนสวิส
-เมืองลูกาโน (Lugano)เมืองอิตาลี่ในดินแดนสวิส ติดกับภาคเหนือของอิตาลีตั้งอยู่ริมทะเลสาบแมกจิออเร (Maggiore) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากประเทศอิตาลี  Lugano มาจากคำว่า lucus ซึ่งเป็นภาษาละติน หมายถึงป่าต้องห้ามในศตวรรษที่ 9 เมืองซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจของโคโมในช่วงสมัยกลางในการต่อสู้ที่ซับซ้อน ระหว่างมิลานและโคโม และภายหลังระหว่างมิลาน ฝรั่งเศส และสวิส และตกเป็นเมืองที่อยู่ในอำนาจการปกครองของสวิสในปี 1513 จากนั้น Lugano ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Ticino ในปี Lugano เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน Ticino จากใจกลางเมืองมีภูเขาล้อมรอบและทะเลสาบ

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมทะเลโกโม
-ทะเลสาบโกโม (Como) ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโกโม ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางเหนือของประเทศอิตาลี บริเวณเชิงเทือกเขาแอลป์ มีพื้นที่ 146 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่: 146 ตร.กม.ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลี รองจากทะเลสาบการ์ดาและทะเลสาบมัจจอเร ทะเลมีความกว้างขนาด 4.5 กม. ระดับพื้นผิว: 198 ม.และทะเลสาบมีความยาว: 46 กม.
พักที่ : Best Western Hotel Continental (โรงแรม 4 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 7-Milan
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองมิลาน(Milan)-แกลเลอเรีย วิตตอริโอ เอ็มมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II)-ลาน Piazza del Duomo
-ถนนช้อปปิ้งสายนี้อยู่ติดกับย่าน Corso Vittorio Emanuele II เป็นลานใหญ่แหล่งช้อปปิ้งสำคัญของมิลาน เห็นวิวติดกับโบถส์ Duomo di Milano สัญลักษณ์ของเมืองเป็นทำจากหินอ่อนโบสถ์สีขาว มองเห็นความอลังการ พร้อมกับความทันสมัยผสมกันไป และยังเห็นอนุสาวรีย์ของกษัตริย์ในอตีต คือ Vittorio Emanuele II และ มีร้านแบรนด์มากมาย รวมถึงร้านพราด้า (Prada)สาขาแรกของโลกด้วย

ช่วงบ่าย : โบสถ์โดโอโม (Piazza del Doumo) มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano)-เขตเมืองเก่า(Old town)
-โบสถ์โดโอโมเป็นชื่อสำหรับใช้เรียกมหาวิหารประจำเมือง ดูโอโมแห่งนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอับดับสอง รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ใน กรุงวาติกัน มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ดูโอโมแห่งนี้มียอดแหลมถึง 135 ยอดและรูปปั้นหินอ่อนมากกว่า 2000 อัน มีรูปปั้นหุ้มด้วยทองคำทั้งองค์รูป พระแม่มารีบนยอดที่สูงที่สุดของโบสถ์ มีความสูง 4 เมตร ซึ่งชาวมิลานตั้งชื่อเล่นให้ว่า Madunina (the little Madonna) นอกจากนี้ Piazza del Doumo ยังเป็นศูนย์กลางและแหล่งชุมนุมของผู้คนมาทุกยุคสมัย
พักที่ : Hotel Contilia Rome (โรงแรม 3 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 8-เดินทางสู่เมืองโรม (Rome) โดยรถไฟ Milan-Rome
ช่วงเช้า : Colosseum-Spanish Steps-Trevi Fountain-Old town
-โคลอสเซียม(Colosseum) โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นใน สมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของ จักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 อัฒจันทร์เป็น รูปวงกลมก่อด้วยอิฐ และหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบ โดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังใน สนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของ สนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบันใช้เวลา  ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10 ปี

ช่วงบ่าย : บันไดสเปน (Scalinata della Trinità dei Monti)-น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)-เขตเมืองเก่า (Old town)
-บันไดสเปน (Scalinata della Trinità dei Monti) เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและ ยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ฟรานเชสโก เดอ ซองตีส์ (Francesco de Sanctis) กับ อเลสซานโดร สเปจจิ (Alessandro Specchi) สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1723-1725 ด้วยเงินจากกองทุนมรดกของนักการทูตฝรั่งเศส เอเตียน เกฟฟิเยร์ (Étienne Gueffier)
-น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่ตั้งอยู่ที่เทรวี ริโอเนในกรุงโรมในประเทศอิตาลี เป็นน้ำพุที่มีความสูง 25.9 เมตร (85 ฟุต) และกว้าง 19.8 เมตร (65 ฟุต) และน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม
พักที่ : Hotel Contilia Rome (โรงแรม 3 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 9 : Paris
ช่วงเช้า : เดินทางสู่เมืองปารีส(Paris) โดยเครื่องบิน Rome-Paris
ต่อจากนั้น : ช้อปปิ้งห้างดัง เกอเลอรี่ ลาฟาร์เยส & ห้างแพลงตอน (Galeries Lafayette & Printemps)
-ห้าง Galeries Lafayette & Printemps เป็นห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส มีสาขาตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วฝรั่งเศสและในหลาย ๆ ประเทศ แต่สาขาที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่รักในการช้อปปิ้ง คือห้างลาฟาแยตต์ ที่ตั้งอยู่บนถนนโฮสมานน์ (Boulevard Haussmann) เมืองปารีส และห้างแห่งนี้ยังชื่อว่าเป็น ห้างที่สวยที่สุดอีกแห่งของปารีส เนื่องจากอาคารของห้างเป็นโบทถ์เก่า นำมาดัดแปลงเป็นห้างสรรพสินค้า ทำให้หลังคาของอาคาร มีการประดับกระจก สีสันต่างๆมากมาย และมีลวดลายแกะสลักอัน วิจิตรงดงาม

ช่วงเย็น : เที่ยวชมเมืองปารีส Paris-หอไอเฟล (Eiffel Tower)
-หอไอเฟล (Eiffel Tower)หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ทั้งยังเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกอีกด้วย หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ “กุสตาฟ ไอเฟล” ผู้เป็นทั้งสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2549 นักท่องเที่ยวกว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น
พักที่ : Newhotel Lafayette Paris (โรงแรม 3 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 10-Paris
ช่วงเช้า : เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (The Louvre museum)
พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (ฝรั่งเศส: Musée du Louvre) หรือในชื่อทางการว่า the Grand Louvre เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ ที่ใช้จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น จากตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 19 อย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา, The Virgin and Child with St. Anne, Madonna of the Rocks ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือภาพ Venus de Milo ของอเล็กซานดรอสแห่งแอนทีออก ในปี พ.ศ. 2549 พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มี ผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวน 8.3 ล้านคน ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มี ผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก และยังเป็นสถานที่ ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในกรุงปารีส

ช่วงบ่าย : ถนนฌ็องเซลีเซ (Champs Elysees & Arc de Triomphe)-จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde)
นำท่านเที่ยวชมลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด จากนั้นเข้าสู่ ถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ ชมและถ่ายรูปคู่กับ ประตูชัย นโปเลียน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ
อาฟว์นูว์เดช็องเซลีเซ (ฝรั่งเศส: Avenue des Champs-Élysées) เป็นถนนในเขตที่ 8 ของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นย่านการค้าที่ ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทาง มีต้นเกาลัดที่ ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามปลูกเรียงราย ชื่อ “ช็องเซลีเซ” มาจากคำว่า “ทุ่งเอลิเซียม” จากเทพปกรณัมกรีกในภาษาฝรั่งเศส
-ถนนช็องเซลีเซได้รับการ ขนานนามว่าเป็น ถนนที่สวยที่สุดในโลก (La plus belle avenue du monde)โดยมีอัตราค่าเช่าสูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับพื้นที่ 1000 ตารางฟุต (93 ตารางเมตร) สูงที่สุดในยุโรป
พักที่ : Newhotel Lafayette Paris (โรงแรม 3 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 11-Paris
ช่วงเช้า & ช่วงบ่าย : เที่ยวชม พระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles) เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก
-พระราชวังแวร์ซาย (ฝรั่งเศส: Château de Versailles) เป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่แวร์ซาย ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ ของโลกยุคปัจจุบันด้วย เมืองแวร์ซายเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง บริเวณส่วนใหญ่เป็นป่าเขา เยี่ยงชนบทอื่น ๆ ของฝรั่งเศส เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศส ยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่า และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายน่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมาใน พ.ศ. 2167 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส แห่งฝรั่งเศส ขึ้นครองบัลลังก์ มีประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ จึงเริ่มปรับปรุงพระตำหนักเดิมใน ปี พ.ศ. 2204 ใช้เงินทั้งหมด 500,000,000 ฟรังก์ คนงาน 30,000 คน และใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในพ.ศ. 2231 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก ภาย ในแบ่งออกเป็นห้องๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ฯลฯ ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง
พักที่ : Newhotel Lafayette Paris (โรงแรม 3 ดาว)หรือเทียบเท่า

Day 12-เดินทางกลับ
ช่วงสายหรือช่วงเย็น : ส่งท่านที่สนามบินปารีสหรือสถานีรถไฟ
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ค่าใช้จ่ายทริปนี้ :
ผู้ใหญ่  :
1 ท่าน =  ราคา 199,900 บาท/ต่อท่าน (แบบรวมตั๋วเครื่องบิน =ราคา 235,900 บาท/ต่อท่าน)
2-3 ท่าน = ราคา 160,900 บาท/ต่อท่าน  (แบบรวมตั๋วเครื่องบิน=ราคา 196,900 บาท/ต่อท่าน)
4-5 ท่าน = ราคา 155,900 บาท/ต่อท่าน  (แบบรวมตั๋วเครื่องบิน=ราคา 191,900 บาท/ต่อท่าน)
6-9 ท่าน = ราคา 147,900 บาท/ต่อท่าน  (แบบรวมตั๋วเครื่องบิน =ราคา 183,900 บาท/ต่อท่าน )
10 ท่าน = ราคา 139,900 บาท/ต่อท่าน  (แบบรวมตั๋วเครื่องบิน =ราคา 175,500 บาท/ต่อท่าน )

เด็ก (อายุ 6-12) :
2-4 ท่าน = ราคา  145,900 บาท/ต่อท่าน  (แบบรวมตั๋วเครื่องบิน=ราคา 181,900 บาท/ต่อท่าน )
5-9 ท่าน = ราคา  137,900 บาท/ต่อท่าน  (แบบรวมตั๋วเครื่องบิน =ราคา 173,900 บาท/ต่อท่าน)
10 ท่าน = ราคา 127,900 บาท/ต่อท่าน  (แบบรวมตั๋วเครื่องบิน =ราคา 163,900 บาท/ต่อท่าน)

อัตราค่าบริการนี้รวม
1) Hotel 4ดาว &  Hotel 3 ดาว : จำนวน 11 คืน
2) ค่าเดินทางตลอด 12 วันและค่ารถไฟขึ้นภูเขาตามโปรแกรมทัวร์ (เดินทางโดยรถสาธารณะ เช่น รถไฟ รถราง รถเมย์ เรือ เป็นต้น แต่การเดินทางระหว่างเมืองจะให้รถไฟเป็นหลัก การเดินทางระหว่างเมือง & ระหว่างประเทศจะเดินทางโดยใช้รถไฟ)
3) ค่าเครื่องบิน Rome-Paris(One-way)และค่าน้ำหนักกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม
4) ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆตามโปรแกรมทัวร์
5) ค่าอาหารเช้าทุกมื้อและอาหารเย็น 1 มื้อ (มื้อวันแรกที่มาถึง Swiss) อาหารรวมทั้งหมด 12 มื้อ
6) ค่ามัคกุเทศก์คนท้องถิ่น(คนไทย)ที่ชำนาญเส้นทาง
7) ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ & ค่าประกันภัยอุบัติเหตุ (Special Offer) 
8) ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น (เรามีบ.ทัวร์ของเราเองที่เป็นสาขาในไทย & มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญไว้คอยอำนวยความสะดวกให้บริการแก่ทุกท่านสำหรับยื่นวีซ่าแบบกรุ๊ป) (Special Offer)

***ราคาทัวร์แบบรวมตั๋วเครื่องบินในแพคเก็จทัวร์ (จะเป็นเส้นทาง Bangkok-Zurich & Paris-Bangkok เท่านั้น) ทางบริษัทฯ ได้เลือกใช้สายการบิน แบบแวะเปลี่ยนเครื่องบิน แต่หลักๆจะใช้บริการสายการบิน Emirates , Etihad, หรือสายการบินอื่นๆ ขึ้นกับโปรชั่นของสายการบินนั้นๆ ในช่วงเวลาที่ท่านจะเดินทาง แต่ทางบริษัทฯ ทั้งนี้จะคำนึงถึงความปลอดภัย และรักษาผลประโยชน์ของท่านไว้ให้มากที่สุด (แต่หากท่านสนใจตั๋วเครื่องบินแบบบิน หรือแบบอื่นๆ ท่านสามารถแจ้งเรา ได้มีค่าใช้เพิ่มคะ)
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม **โปรดอ่านโดยละเอียด**
1) ค่าธรรมเนียม 3% กรณีชำระผ่านบัตรเครดิต
2) ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง,ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ , ค่าโทรศัพท์ ,ค่าซักรีด,ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 20 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง,ค่ากระเป๋าขึ้นเครื่องบินใน กรณีบินระหว่างในทรีปยุโรป(หากมีคิดกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน) ,ค่าฝากกระเป๋าเดินทาง(ถ้ามี) และค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เป็นต้น
3) ค่าอาหารกลางวัน-เย็น (เราจะแนะนำอาหารท้องถิ่นให้ ราคา EUR 10-40 ยูโร/ต่อมื้อ)
4) ค่าขึ้นกระเช้าไปบนภูเขา & ค่ากิจกรรมเสริมบนภูเขาต่างๆ เช่น สกี เป็นต้น
5) ค่าขึ้นชมหอไอเฟล ,ค่าขึ้น Arc de Triomphe & ค่าเข้าโบสถ์ Duomo di Milano
6) ค่าทิปมัคกุเทศก์

***จำหน่ายซิมมือถือ ที่สามารถใช้ได้ไม่อั้นกับโปรแกรมแชทต่างๆมากมาย แชทใช้ได้ทุกทวีปทั่วโลกมากกว่า 150 ประเทศ หลังจากซื้อซิมแล้ว สามารถใช้ได้ฟรี 1 ปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
หมายเหตุ
– ขอสงวนสิทธิ์รับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป ยกเว้นการเหมาทัวร์ค่ะ
การปรับเปลี่ยนโปรแกรมทัวร์ตามสถานที่ต่างๆทีท่านต้องการเดินทางไป สามารถทำได้ในกรณีที่คุณเหมาทัวร์ค่ะ แล้วหลังจากมัดจำ(ตามยอดที่เราแจ้ง) ทางเราจะจัดทำโปรแกรมทัวร์ให้ใหม่ตามเส้นทางที่คุณต้องการค่ะ

***คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม 3,000 บาท สำหรับท่านที่เลือกเปลี่ยนแปลงเส้นทางทัวร์จากที่เราได้จัดไว้แล้ว
ราคาทัวร์ต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา เทศกาลต่างๆตามความเหมาะสม  และขึ้นอยู่กับจำนวนระยะเวลาที่ ท่านเดินทางมาท่องเที่ยวด้วย ซึ่งจะมีจำนวน 3-20 วัน ทำให้เราไม่สามารถกำหนดราคาที่ตายตัวไว้ได้ เนื่องจากได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน รวมถึงระยะทางของ สถานที่ต่างๆทีท่านต้องการเดินทางไปด้วย สำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ Info@swisstoursby.com/swisstoursbyte@gmail.com

facebookmail
This entry was posted in Europe Tours and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

4 Responses to ท่องเที่ยว Swiss-Italy-France 12 days 11 Nights

  1. Savinee says:

    I want details ka. Which day you start in April 2016

    • admin says:

      สวัสดีคะ
      โปรแกรมทัวร์นี้สามารถท่องเที่ยวได้ทุกเดือน : เลือกวัน-เวลาเดือนทางได้เองเลยคะ ไม่ทราบว่า สนใจกี่ท่านคะ ถามสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มที่ : Line:swisstours,swisstours1 หรือ ติดต่อทีมงานที่ไทย : คุณจารุณี : Call : 062-930-6647 หรือ swisstoursbyte@gmail.com คะ

  2. อาจารย์ธานินทร บุญยะกาพิมพ์ says:

    – สนใจครับ
    – มีเพื่อนเป็นคนไทยอยู่ที่เมือง Winterthur
    เขาชวนเสมอให้ไปเที่ยวสวิส
    – ผมเลยศึกษาข้อมูล และ มาเจอข้อมูลของท่านเลยสนใจครับ
    – ประสบการเที่ยวของผมและครอบครัว ก็อยู่แถว
    1. ประเทศจีน ได้แก่ คุณหมิง ธิเบต
    2. เวียดนาม
    3. ญี่ปุ่น(โตเกียว)
    4. รัสเซีย(Moscow)
    5. สิงค์โปร์
    6. ลาว
    7. พม่า

    และเดือนพฤษภาคม มีโปรแกรมเรียบร้อยแล้วจะไปที่ Fukuoka ที่ญี่ปุ่นครับ

    – แผนต่อไปก็อยากพาครอบครัวไปาัมผัส หิมะเล็กๆ ที่สวิส: Zürich, Geneva, Basel, Winterthur และอื่นๆตามสะดวก อาจรวมถึงประเทศใกล้ๆที่มีโอกาสครับ
    – พอมาเห็นโปรแกรมของท่าน 12 วันเลยสนใจครับ แต่ใจจริงอยากไปแบบไม่ต้องรีบเร่งนัก อยากมีเวลาชมบ้านชมเมืองเขาพอสมควร มีเวลาถ่ายรูป ครับ จำนวนLandmarks อาจไม่ต้องครบตามโปรแกรมก็ได้ครับ (นี่คือความปรารถนาครับ อิอิอิ)

    – ID line ของผม คือ 0864494404 ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *