Swiss-Italy 9 days

8 Nights / 9 Days Tour Program

Colosseum Venice Luzern Mt.Schilthorn

Trevi Fountain  Roman Forum milan ปิซ่า

Venice Stein am Rhein Mt.Rigi Bern

Blick ?ber die Aare auf Altstadt und M?nster von Bern, Kanton Bern, Schweiz luzern lowendenkmal Bärenpark Bern pisa

Day 1-Bern
ช่วงเช้า : รับทุกท่านที่สนามบินซูริคหรือสถานีรถไฟ
จากนั้นจากเมืองมุ่งหน้าสู่เที่ยวชมเมืองเบิร์น (Bern) เมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์
-เมืองเบริ์น(Bern) เป็นเมืองหลวงที่ไม่ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆทั่วโลกซึ่งมีประชากรเพียงประมาณ 130,000 คน มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ ภาษาราชการที่ใช้ในเมืองเบิร์นคือ ภาษาเยอรมัน แต่คนในเมืองส่วนใหญ่นิยมพูดภาษาเยอรมันเบิร์น เป็นภาษาถิ่น ในปีค.ศ. 1863 เบิร์นได้รับการยกเป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010 ย่านเมืองเก่าเบิร์น ถูกก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนภูเขาล้อมรอบด้วยแม่น้ำอาเร (Aare River) นำท่านชม หอนาฬิกาเก่าแก่ของเมืองเบริ์น (Zytglogge)-แม่น้ำแอเร่ (Aare River) -โบสถ์มืนสเตอร์ (Munster) -อาคารรัฐสภา (Parliament building,Bundeshaus) -บ่อหมีสัญญาลักษณ์ของเมือง -สวนกุหลาบ (Rose Garden) จุดชมวิวทั้งหมดของเมืองเบริ์น

Day 2-Mt.Rigi-Luzern
ช่วงเช้า : เที่ยวชมยอดเขาริกิ (Mt.Rigi) ราชินีแห่งเทือกเขา (Mt.Rigi Queen of the mountains)
นำท่านเดินทางโดยรถไฟฟันเฟื่อง เพื่อขึ้นพิชิตยอดเขาริกิซึ่งมีความสูง 6,ooo ฟุต หรือ 1,800 เมตร ด้วยรถกลไฟใช้ระบบไอน้ำ ซึ่งเป็นรถจักรที่เก่าแก่ที่สุดสร้างเมื่อ ปี 1858 แต่ได้รับบูรณะเป็นอย่างดี ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการชื่นชมชมธรรมชาติตลอดการเดินทางจนถึง Mt. Rigi klum เขาริกิ เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทัศนึยภาพอันงดงามที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ในจะมอง เห็นทิวทัศน์รอบด้านได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของเทือกเขาแอลป์ และ ทะเลสาบอีก 13 แห่ง ภูเขาริกิตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง เยอรมนี และ ฝรั่งเศส ทำให้สามารถมองเห็นทั้ง 3 ประเทศสถานที่แห่งนี้นำท่านเดินทางไปภูเขาริกิ โดยรถไฟฟันเฟืองระว่างทาง คุณจะได้ชมวิวแบบพาโนราม่า ซึ่งได้ให้บริการมาตั้งแต่ปี 1871 พอถึงเขายอดคุณสามารถ เดินตามทางเดินริมหน้าผา หรือเดินป่าชมธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และยังมีร้านอาหารให้ คุณสามารถรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมชมวิวให้คุณได้ สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ

หลังจากนั้น : ล่องเรือจากสถานี Vitznau เพื่อนำท่านเดินทางไปที่ท่าเรือที่เมืองลูเซิร์น เพื่อขึ้นเรือ UNTERWALDEN เรือโดยสารขนาดใหญ่ซึ่งจุคนได้ถึง 3oo คน เป็นเรือกลไฟใช้ใบพัด paddlewheel Steamers ล่องทะเลสาบ ที่เรียกว่า Vierwaldstattersee หรือ ทะเลสาบของสี่ “Forest Cantons” ซึ่งเป็น ทะเลสาบที่สวยและใหญ่อีกทะเลสาบหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งติดกับสี่จังหวัด สำคัญ ตื่นตาตื่นใจกับภูเขารอบด้านและธรรมชาติบ้านตามไหล่เขาบนชายฝั่งสองข้างของ ทะเลสาบ

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองลูเซิร์น (Luzern) ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้
-เมืองลูเซิร์น เป็นเมืองที่อยู่เกือบใจกลางประเทศ ตั้งอยู่ฝั่งค้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบลูเซิร์น ที่มีชื่อเรียกว่า ทะเลสาบสี่แคว้นแดนป่าไม้ (Lake of the four forest cantons) ตรงบริเวณปากแม่น้ำรอยซ์ (Reuss river) เมืองนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่อยู่ด้านตะวันออกเป็นเมืองเก่ามี อายุกว่า 500 ปี ส่วนที่อยู่ทางด้านตะวันตกเป็น เมืองที่สร้างภายหลัง อาคารบ้านเรือนเป็นแบบสมัยใหม่ แต่ก็ยังมีร่องรอยของการเป็น หัวเมืองโบราณที่ปรากฏให้เห็นทุกมุมเมือง ในอดีตลูเซิร์นเป็นเมืองเก่าที่ปกครองตนเอง ได้รวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาตั้งแต่ ค.ศ.1332 สัญลักษณ์ประจำเมืองลูเซิร์นมี 2 อย่าง คือ สะพานไม้ ชาเปล (Chapel bridge) เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก มีอายุหลายร้อยปี เป็นสัญลักษณ์ และประวัติศาสตร์ของ เมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว อนุสาวรีย์รูปสิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument) อนุสาวรีย์รูปสิงโตหิน แกะสลักอยู่บนหน้าผา โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตไปในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง และเมืองลูเซิร์น นำท่านชมสะพานชาเพล(Kapellbrucke หรือ Chapel Bridge)-โบสถ์ Hofkirche-อนุสาวรีย์สิงโต (Lion Monument หรือ Loewendenkmal)-แม่น้ำรอยส์ (Reuss)-เขตเมืองเก่า(Luzern Altstadt)-ร้านค้า Bucherer-shopping ร้านขายนาฬิกาสวิส

Day 3-Mt.Schilthorn-Interlaken
ช่วงเช้า: เที่ยวชมเมืองชลิฮอร์น (Schilthorn) ภูเขาที่เป็นสถานที่ ถ่ายภาพยนต์เรื่อง เจมส์บอน 007
ชลิฮอร์น (Schilthorn) มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล อยู่ที่ 2,970 เมตร หามองวิวจากภูเขาแห่งนี้สามารถมองเห็น หมู่บ้านLauterbrunnen และยังสามารถเห็นวิวแบบพาโนรามา เห็นภูเขา Titlis, Jungfrau, Mönch, Eiger, Bernese Alps,Jura,Vosges,Mont Blancและป่าดำ ซึ่งภูเขาแห่งนี้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องจากในปี 1928 เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ เรื่อง 1969 James Bond 007 ด้านบนของภูเขาชิสฮอร์น (Schilthorn) มีร้านอาหารชื่อ พิซ กลอเรีย (Piz Gloria) มีลักษณะพิเศษที่หมุนรอบตัวเองได้ทำให้สามารถรับประทานอาหารพร้อมทั้งชมวิวโดยรอบภูเขาได้โดยรวมกัน ซึ่งการหมุนรอบภูเขา 360 องศาของร้านอาหารในหนึ่งรอบใช้เวลาโดยประมาณ 55 นาที

แต่สิ่งที่ให้ภูเขาชลิฮอร์น (Schilthorn)แห่งนี้ มีชื่อเสียงที่ทุกคนทั่วโลกได้รู้จักนั้น ไม่ใช่แค่ความสวยงามของภูเขาเท่านั้น สถานที่แห่งนี้ยังเคยได้รับเกียรติเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนต์เรื่อง เจมส์บอน 007 ในปี 1960 นำแสดงโดย George Lazenby ซึ่งเป็นหนุ่มบอน์คนแรก

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองอินเทอร์ลาเค่น (Interlaken)
-เมืองอินเตอร์ลาเคน (Interlaken) ตั้งอยู่ที่เหนือระดับน้ำทะเล 570 เมตร (1,870ฟุต) อยู่ระหว่าง 2 ทะเลสาบ คือ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) และ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองมักถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และสวนผลไม้ อีกทั้งยังเป็นทางขึ้นยอดเขาที่จะทำให้คุณเห็นธารน้ำแข็งซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นยอดเขา 3แห่ง คือ ยอดเขาจุงฟราวน์ (Jungfrau) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดคือ 4,158 เมตร ยอดเขา Monch มีความสูง 4,099 เมตร และยอดเขา Eiger มีความสูง 3,970เมตร สถานที่ตากอากาศชั้นนำส่วนใหญ่ในถิ่นที่เรียกกันว่า Bernese Oberland จึงตั้งอยู่บริเวณ 3 เขานี้ ทิวทัศน์แถบนี้จึงบริสุทธิ์และสวยงามเกินคำบรรยาย ทำให้เป็นสถานตากอากาศที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกชื่นชอบมากที่สุด จึงไม่แปลกที่จะเรียกได้ว่า “สวยเหมือนเมืองในฝัน” และยังเป็นเส้นทางหลักที่เดินทางผ่านไปยัง ภูเขา ยอดเขาจุงฟราวน์ (Jungfrau)top of Europe

Day 4-Leukerbad
ช่วงเช้า & ช่วงบ่าย : เที่ยวชมเมืองเลคเกอร์บาด (Leukerbad) และอาบน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงของรัฐวาลิส ( Wallis)
-เมืองเลคเกอร์บาด เป็นหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ใน รัฐวาลิส ( Wallis) เป็นเมืองที่มีน้ำแร่ธรรมชาติ นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลกันไปสัมผัสที่นี่ เพราะเป็นเมืองที่ได้ขี้นชื่อว่า wellness เพราะได้แช่น้ำแร่อุ่นๆ ทั้งในหน้าหนาว หรือหน้าร้อน แก้ปวดแก้เมื่อย ดีสำหรับคนสูงอายุที่มีโรคไขข้อ หรือโรคปวดต่างๆ ประจำตัว และเมืองแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีใน เมืองแห่งกีฬาฤดูหนาว และเป็นที่ตั้งแหล่งสปารีสอร์ทซึ่งให้บริการน้ำพุร้อนจำนวนมาก เมืองนี้ตั้งอยู่ด้านหลัง ของแม่น้ำ Dalata ที่ระดับความสูง 1,411-2,700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และรอบรอบด้วยหุบเขา Gemmipass ตั้งแต่สมัยโรมันเมืองแห่งนี้ เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงรู้จักกันมายาวนาน ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับผู้ชื่นชอบการว่ายน้ำ

Day 5-เดินทางสู่เมืองมิลาน (Milan) โดยรถไฟจาก Bern-Milan
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองมิลาน(Milan)-แกลเลอเรีย วิตตอริโอ เอ็มมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II)-ลาน Piazza del Duomo
-ถนนช้อปปิ้งสายนี้อยู่ติดกับย่าน Corso Vittorio Emanuele II เป็นลานใหญ่แหล่งช้อปปิ้งสำคัญของมิลาน เห็นวิวติดกับโบถส์ Duomo di Milano สัญลักษณ์ของเมืองเป็นทำจากหินอ่อนโบสถ์สีขาว มองเห็นความอลังการ พร้อมกับความทันสมัยผสมกันไป และยังเห็นอนุสาวรีย์ของกษัตริย์ในอตีต คือ Vittorio Emanuele II และ มีร้านแบรนด์มากมาย รวมถึงร้านพราด้า (Prada)สาขาแรกของโลกด้วย

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมโบสถ์โดโอโม (Piazza del Doumo) มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano)-เขตเมืองเก่า(Old town)
-โบสถ์โดโอโมเป็นชื่อสำหรับใช้เรียกมหาวิหารประจำเมือง ดูโอโมแห่งนี้สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก เป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอับดับสอง รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ใน กรุงวาติกัน มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ดูโอโมแห่งนี้มียอดแหลมถึง 135 ยอดและรูปปั้นหินอ่อนมากกว่า 2000 อัน มีรูปปั้นหุ้มด้วยทองคำทั้งองค์รูป พระแม่มารีบนยอดที่สูงที่สุดของโบสถ์ มีความสูง 4 เมตร ซึ่งชาวมิลานตั้งชื่อเล่นให้ว่า Madunina (the little Madonna) นอกจากนี้ Piazza del Doumo ยังเป็นศูนย์กลางและแหล่งชุมนุมของผู้คนมาทุกยุคสมัย

Day 6-เดินทางสู่เมืองโรม (Rome) โดยรถไฟ Milan-Rome
ช่วงเช้า : เที่ยวชม Colosseum-Spanish Steps-Trevi Fountain-Old town
-โคลอสเซียม(Colosseum) โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นใน สมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของ จักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 อัฒจันทร์เป็น รูปวงกลมก่อด้วยอิฐ และหินทรายวัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน มีการออกแบบ โดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังใน สนามขณะเกิดฝนตก ถือเป็นต้นแบบของ สนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบันใช้เวลา ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10 ปี

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมบันไดสเปน (Scalinata della Trinità dei Monti)-น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain)-เขตเมืองเก่า (Old town)
-บันไดสเปน (Scalinata della Trinità dei Monti) เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและ ยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ฟรานเชสโก เดอ ซองตีส์ (Francesco de Sanctis) กับ อเลสซานโดร สเปจจิ (Alessandro Specchi) สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1723-1725 ด้วยเงินจากกองทุนมรดกของนักการทูตฝรั่งเศส เอเตียน เกฟฟิเยร์ (Étienne Gueffier)

-น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่ตั้งอยู่ที่เทรวี ริโอเนในกรุงโรมในประเทศอิตาลี เป็นน้ำพุที่มีความสูง 25.9 เมตร (85 ฟุต) และกว้าง 19.8 เมตร (65 ฟุต) และน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม

Day 7-เดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) โดยรถไฟ Rome-Pisa
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองปิซา ( Pisa)เป็นเมืองหลวง ของจังหวัดปิซา อยู่ในแคว้นทัสกานี ฝั่งแม่น้ำอาร์โน ประเทศอิตาลี อยู่ทางตะวันตกของ เมืองฟลอเรนซ์ (ฟีเรนเซ) เพื่อนำท่านชมจตุรัสดูโอโมแห่งปิซาได้รับเลือก โดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1987 และมหาวิหารปิซา (Pisa Duomo) มรดกโลก

ช่วงบ่าย : เที่ยวชมหอเอนเมืองปิซา (Torre pendente di Pisa หรือ Leaning Tower of Pisa)  1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) น้ำหนักรวม 14,500 ตันโดยประมาณ มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร หลังจากนั้นชมเขตเมืองเก่า

Day 8-เดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice) โดยรถไฟ Rome-Venice
ช่วงเช้า : เที่ยวชมเมืองเวนิส (Venice)หรือ เวเนเซีย ( Venezia)เมืองแห่งสายน้ำ มนต์เสน่ห์อิตาลี เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี เมืองเวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเดรียติก ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ทะเลสาบน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำปลาวี มีผู้อยู่อาศัยโดยประมาณ 272,000 คน ซึ่งนับรวมหมดทั้งเวนิส โดยมี 62,000 คนในบริเวณเมืองเก่า 176,000 คนในแตร์ราแฟร์มา (Terraferma) และ 31,000 คนในเกาะอื่น ๆ ในทะเลสาบ

ช่วงบ่าย : ล่องเรือกอนโดลา (Gondola) ในลำคลองชม มหาวิหารซานมาร์โค (St.Mark’s Basilica) ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเวนิส เมืองที่มีการใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด ที่อยู่อาศัยก็ปลูกสร้างลัดเลาะตามสายน้ำ เดินทางโดยเรือบริการไปยังที่ต่างๆ ชมทิวทัศน์ธรรมชาติ 2 ฝั่งคลอง นับเป็นเมืองหนึ่งที่มีคลองมากกว่าถนน

-เรือกอนโดลา (Gondola) เป็นเรือพายพื้นบ้านของชาวเวนิส ใช้เป็นพาหนะ หลักของการเดินทางในเมืองเวนิสซึ่งใช้มานานหลายร้อยปี และยังเป็นสัญลักษณ์ สำคัญอีกอย่างของเมืองเวนิส เรือสามารถขึ้นได้หลายจุดในเวนิส

Day 9-เดินทางกลับ
ช่วงบ่ายหรือช่วงเย็น : ส่งท่านที่สนามบินซูริค

ผู้ใหญ่ :
2-3 ท่าน = ราคา 158,500  บาท/ต่อท่าน
4-8 ท่าน = ราคา 124,500  บาท/ต่อท่าน
9-12 ท่าน = ราคา 108,500 บาท/ต่อท่าน
11-15 ท่าน = ราคา 103,500  บาท/ต่อท่าน  

เด็ก (อายุ 6-12) :
2-4 ท่าน = ราคา 140,900 บาท/ต่อท่าน
5-10 ท่าน = ราคา 112,900 บาท/ต่อท่าน
11-15 ท่าน = ราคา 95,900  บาท/ต่อท่าน

อัตราค่าบริการนี้รวม
1.Hotel 3 ดาว จำนวน 8 คืน
-Bern จำนวน 5 คืน : พักที่  Hotel National Bern หรือเทียบเท่า
-Rome จำนวน 3 คืน  : พักที่ UNA Hotel Roma หรือเทียบเท่า
3.ค่าเดินทางตลอด 9 วัน & ค่ารถไฟและกระเช้าขึ้นภูเขาตามโปรแกรมทัวร์ (เดินทางโดยรถสาธารณะ เช่น รถไฟ รถราง รถเมย์ เรือ เป็นต้น การเดินทางระหว่างเมือง & ระหว่างประเทศจะเดินทางโดยใช้รถไฟหลัก)
4.ค่าอาหารเช้าทุกมื้อ & อาหารเย็น(อาหารสวิส) 1 มื้อ (มื้อวันแรกที่มาถึงสวิส) อาหารรวมทั้งหมด 9 มื้อ
5.ค่ามัคกุเทศก์คนท้องถิ่น(คนไทย)ที่ชำนาญเส้นทาง
6.ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆตามโปรแกรมทัวร์
7.ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ & ค่าประกันภัยอุบัติเหตุ
8.ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้น (เรามีบ.ทัวร์ของเราเองที่เป็นสาขาในไทย & มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญไว้คอยอำนวยความสะดวกให้บริการแก่ทุกท่านสำหรับ ยื่นวีซ่าแบบกรุ๊ป)

** อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม ** โปรดอ่าน
1.ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (Bangkok-Zurich หรือเส้นทางอื่นๆ)
2.ค่าธรรมเนียม 3% กรณีชำระผ่านบัตรเครดิต
3.ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง,ค่าเครื่องดื่มที่สั่ง พิเศษ , ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 20 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง,ค่าฝากกระเป๋าเดินทาง(ถ้ามี) และค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เป็นต้น
4.ค่าอาหารกลางวัน-เย็น (เราจะแนะนำอาหารท้องถิ่นให้ ราคา 15-40 ฟรังส์/ต่อมื้อ)
5.ค่าขึ้นกระเช้าไปบนภูเขา & ค่ากิจกรรมเสริมบนภูเขาต่างๆ เช่น สกี เป็นต้น
6.ค่าทิปมัคกุเทศก์

***หากต้องการให้เราจัดการตั๋วเครื่องบินให้ด้วย แจ้งได้ค่ะ (ตั๋วเครื่องบินราคาเริ่มต้น 25,000 บาท)

***จำหน่ายซิมมือถือ ที่สามารถใช้ได้ไม่อั้นกับโปรแกรมแชทต่างๆมากมาย แชทใช้ได้ทุกทวีปทั่วโลกมากกว่า 150 ประเทศ หลังจากซื้อซิมแล้ว สามารถใช้ได้ฟรี 1 ปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

หมายเหตุ

-ขอสงวนสิทธิ์รับเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป ยกเว้นการเหมาทัวร์ค่ะ
-การปรับเปลี่ยนโปรแกรมทัวร์ตามสถานที่ต่างๆทีท่านต้องการเดินทางไป สามารถทำได้ในกรณีที่คุณเหมาทัวร์ค่ะ แล้วหลังจากมัดจำ(ตามยอดที่เราแจ้ง) ทางเราจะจัดทำโปรแกรมทัวร์ให้ใหม่ตามเส้นทางที่คุณต้องการค่ะ

***คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม 3,000 บาท สำหรับท่านที่เลือกเปลี่ยนแปลงเส้นทางทัวร์จากที่เราได้จัดไว้แล้ว
ราคาทัวร์ต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา เทศกาลต่างๆตามความเหมาะสม  และขึ้นอยู่กับจำนวนระยะเวลาที่ท่านเดินทางมาท่องเที่ยวด้วย ซึ่งจะมีจำนวน 3-20 วัน ทำให้เราไม่สามารถกำหนดราคาที่ตายตัวไว้ได้ เนื่องจากได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน รวมถึงระยะทางของสถานที่ต่างๆทีท่านต้องการเดินทางไปด้วย สำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ swisstoursbyte@gmail.com

facebookmail
This entry was posted in Europe Tours and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *